รู้จัก! ค่าส่วนกลาง หัวใจสำคัญของการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมหมูบ้านหรือคอนโดและสาธารณูปโภคภายในโครงการนั้น ๆ แล้วจะมีวิธีคิดอย่างไร? ซึ่งไม่ว่าจะเป็นค่าส่วนกลางคอนโดหรือค่าส่วนกลางหมู่บ้าน ทุกคนก็ล้วนต้องจ่าย แล้วทำไมถึงต้องจ่าย? ก็ยังเป็นคำถามตัวโตในหัวเหล่าลูกบ้าน
ในบทความนี้สำหรับลูกบ้านที่ยังมีข้อสงสัยคาใจอยู่ว่า แล้วค่าส่วนกลาง คืออะไร? ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะมีประโยชน์กลับมาด้านใดบ้าง? Frasers Property จะมาให้คำตอบกันในบทความนี้
ค่าส่วนกลาง คืออะไร?

ค่าส่วนกลาง (Common area fee) คือเงินที่เจ้าของร่วมหรือลูกบ้านต้องชำระให้กับนิติบุคคลของโครงการที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม หมู่บ้านจัดสรร หรือโครงการอื่น ๆ ที่มีพื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน โดยเงินส่วนนี้จะนำไปใช้ในการบริหารจัดการ บำรุงรักษา และพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางและบริการต่าง ๆ ภายในโครงการ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยทุกคนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
ตัวอย่างของค่าใช้จ่ายที่มาจากเงินค่าส่วนกลาง ได้แก่
- ค่าบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนหย่อม สนามเด็กเล่น ลิฟต์ และอาคารจอดรถ
- ค่าสาธารณูปโภคสำหรับพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟในพื้นที่ส่วนกลาง
- ค่าจ้างพนักงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น พนักงานรักษาความปลอดภัย พนักงานทำความสะอาด พนักงานสวน หรือผู้จัดการนิติบุคคล
- ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม เช่น ค่าซ่อมแซมอาคาร, ถนน, ระบบประปา และระบบไฟฟ้าส่วนกลาง
- ค่าจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่นิติบุคคลจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในชุมชน
- ค่าประกันภัยอาคารและทรัพย์สินส่วนกลาง
ทำไม! เราถึงต้องจ่ายค่าส่วนกลางหมู่บ้านและคอนโด?

การจ่ายค่าส่วนกลางถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้เป็นเจ้าของร่วมในโครงการ เนื่องจากเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้โครงการที่อยู่อาศัยของเราน่าอยู่และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยมีเหตุผลหลัก ๆ ดังนี้
- เพื่อการบำรุงรักษาและดูแลพื้นที่โดยรอบโครงการ
เพราะค่าส่วนกลางจะช่วยให้พื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางได้รับการดูแลให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานเสมอ เช่น การทำความสะอาด การซ่อมแซม และการปรับปรุงภูมิทัศน์ - เพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย
เนื่องจากเงินส่วนนี้จะถูกนำไปใช้ในการจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ติดตั้งกล้องวงจรปิด และบำรุงรักษาระบบความปลอดภัยต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัย - เพื่อการบริหารจัดการ
โดยนิติบุคคลจะมีหน้าที่ในการดูแลโครงการให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งการจ่ายค่าส่วนกลางก็คือค่าตอบแทนในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั่นเอง - เพื่อรักษามูลค่าทรัพย์สิน
โครงการที่ได้รับการดูแลอย่างดี มีสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ ย่อมมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต การจ่ายค่าส่วนกลางจึงเป็นการลงทุนเพื่อรักษามูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ของคุณ - เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เพราะการมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สภาพแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัย และบริการที่ดี ล้วนส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและความสุขของผู้อยู่อาศัยทุกคน
ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารค่าส่วนกลางของหมู่บ้านและคอนโด?
ผู้รับผิดชอบหลักในการบริหารจัดการค่าส่วนกลางของโครงการหมู่บ้านและคอนโด คือ นิติบุคคล ซึ่งมีหน้าที่ดูแลและบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลางทั้งหมดให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของโครงการ
- สำหรับคอนโดมิเนียม
ผู้รับผิดชอบ คือ นิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติอาคารชุด โดยมีคณะกรรมการนิติบุคคลที่มาจากการเลือกตั้งของเจ้าของร่วม ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ตรวจสอบการใช้จ่าย และดูแลให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างโปร่งใส - สำหรับหมู่บ้านจัดสรร
ผู้รับผิดชอบ คือ นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน โดยมีคณะกรรมการหมู่บ้านที่มาจากการเลือกตั้งของลูกบ้าน ทำหน้าที่คล้ายคลึงกับนิติบุคคลอาคารชุดในการบริหารจัดการพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน
นอกจากนี้ในบางโครงการที่เพิ่งจัดตั้งขึ้น ผู้พัฒนาโครงการอาจจะยังคงเป็นผู้ดูแลบริหารจัดการไปก่อนในระยะแรก จนกว่านิติบุคคลจะได้รับการจัดตั้งและถ่ายโอนอำนาจการบริหารจัดการอย่างเป็นทางการ
ค่าส่วนกลางแต่ละโครงการไม่เท่ากัน เพราะอะไร? ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง
ค่าส่วนกลางของแต่ละโครงการไม่เท่ากัน เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อต้นทุนการบริหารจัดการและบำรุงรักษาพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งมีปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าส่วนกลางแตกต่างกัน ดังนี้
-
ขนาดและประเภทของสิ่งอำนวยความสะดวก
โครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมาก ยิ่งหรูหรา ซับซ้อน และหลากหลายเท่าไหร่ เช่น มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่หลายสระ ฟิตเนส สวนหย่อมขนาดใหญ่ ห้องสมุด ห้องประชุม ห้องดูหนัง สนามกีฬา หรือระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย ก็จะมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ทำความสะอาด และค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้นตามไปด้วย -
ขนาดของโครงการและจำนวนยูนิต
โครงการขนาดใหญ่ที่มีจำนวนยูนิตมาก อาจจะทำให้ค่าส่วนกลางต่อยูนิตถูกลง เนื่องจากสามารถเฉลี่ยค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าจ้างผู้จัดการนิติบุคคล หรือค่าบำรุงรักษาระบบหลัก ได้ในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม หากโครงการมีพื้นที่ส่วนกลางต่อยูนิตเป็นจำนวนมาก หรือมีค่าใช้จ่ายในการดูแลพื้นที่ภายนอกอาคารสูง ก็อาจทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นได้ -
มาตรฐานการดูแลและบริการ
โครงการที่มีมาตรฐานการดูแลรักษาที่เหนือระดับ มีการจ้างพนักงานมืออาชีพจำนวนมาก เช่น รปภ. แม่บ้าน และช่างเทคนิค รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมบ่อยครั้ง หรือมีการปรับปรุงภูมิทัศน์อยู่เสมอ ก็จะมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงกว่า -
ทำเลที่ตั้งและสภาพแวดล้อม
ทำเลที่ตั้งอาจส่งผลต่อค่าแรงงาน ค่าสาธารณูปโภค หรือแม้กระทั่งค่าบำรุงรักษา หากโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีปัจจัยเฉพาะ เช่น ใกล้ทะเล ก็อาจทำให้ค่าซ่อมบำรุงโครงสร้างมีราคาที่สูงขึ้น จึงมีค่าส่วนกลางที่อาจแพงขึ้นกว่าพื้นที่บริเวณอื่น ๆ ได้ -
อายุของอาคาร/โครงการ
โครงการที่มีอายุมากมักจะมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงโครงสร้าง ระบบอาคาร และอุปกรณ์ต่าง ๆ สูงกว่าโครงการใหม่ เนื่องจากมีการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา -
นโยบายการบริหารของนิติบุคคล
การบริหารจัดการของนิติบุคคลก็มีผลเช่นกัน บางนิติบุคคลอาจเน้นการประหยัดค่าใช้จ่าย ในขณะที่บางแห่งอาจเน้นการเพิ่มคุณภาพการบริการ ซึ่งส่งผลต่ออัตราค่าส่วนกลางที่เรียกเก็บได้เช่นกัน
ค่าส่วนกลาง มีวิธีคํานวณอย่างไร?

การคำนวณค่าส่วนกลางโดยทั่วไปจะใช้หลักการเดียวกันทั้งในหมู่บ้านและคอนโด โดยจะอิงจากขนาดพื้นที่ของทรัพย์สินที่คุณครอบครอง และอัตราที่นิติบุคคลกำหนด
- สูตรการคำนวณพื้นฐานคือ
ค่าส่วนกลางที่ต้องจ่าย = อัตราค่าส่วนกลางต่อขนาดพื้นที่ดิน ×ขนาดพื้นที่ของทรัพย์สิน
ตัวอย่างการคำนวณ
- สำหรับคอนโดมิเนียม: สมมติว่าคุณเป็นเจ้าของห้องชุดขนาด 35 ตารางเมตร และนิติบุคคลกำหนดอัตราค่าส่วนกลางที่ 45 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ค่าส่วนกลางที่คุณต้องจ่ายต่อเดือนคือ 45 บาท/ตร.ม.×35 ตร.ม.=1,575 บาท/เดือน
- สำหรับหมู่บ้านจัดสรร: สมมติว่าคุณเป็นเจ้าของบ้านในหมู่บ้านจัดสรรที่มีขนาดที่ดิน 50 ตารางวา และนิติบุคคลกำหนดอัตราค่าส่วนกลางที่ 25 บาทต่อตารางวาต่อเดือน ค่าส่วนกลางที่คุณต้องจ่ายต่อเดือนคือ 25 บาท/ตร.ว.×50 ตร.ว.= 1,250 บาท/เดือนนั่นเอง
รายละเอียดเพิ่มเติม
- ระยะเวลาการชำระค่าส่วนกลางอาจเรียกเก็บเป็นรายเดือน รายไตรมาส รายครึ่งปี หรือรายปี ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโครงการ
- ทั้งนี้อัตราค่าส่วนกลางอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต โดยต้องผ่านการพิจารณาและอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมหรือลูกบ้าน
- หากชำระค่าส่วนกลางล่าช้า โครงการมักมีค่าปรับหรือเบี้ยปรับตามที่กฎหมายกำหนด
เงินค่าส่วนกลางหมู่บ้านและคอนโดที่จ่ายไป นำไปใช้ทำอะไรบ้าง?
เงินค่าส่วนกลางที่คุณและเจ้าของร่วมคนอื่น ๆ ชำระให้กับนิติบุคคลนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่ค่าใช้จ่ายรายเดือน แต่เป็นงบประมาณสำคัญที่นำไปใช้ในการดูแล บำรุงรักษา และพัฒนาคุณภาพชีวิตในโครงการให้ดียิ่งขึ้น โดยจะนำไปใช้จ่ายหลัก ๆ ดังนี้
ค่าบริหารจัดการและดำเนินงาน
- เงินเดือนและสวัสดิการพนักงาน ครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำหรับพนักงานทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการและการดูแลโครงการ เช่น ผู้จัดการนิติบุคคล, เจ้าหน้าที่บัญชี, เจ้าหน้าที่ธุรการ
- ค่าใช้จ่ายสำนักงาน เช่น ค่าเช่า (ถ้ามี), ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าโทรศัพท์, ค่าอินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์สำนักงาน
- ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนนิติบุคคล และค่าภาษีต่างๆ ที่นิติบุคคลต้องชำระ
ค่าบำรุงรักษาและซ่อมแซมทรัพย์สินส่วนกลาง
- อาคารและโครงสร้าง เช่น การซ่อมแซมรอยร้าว, การทาสีภายนอก และการบำรุงรักษาหลังคา
- ระบบสาธารณูปโภค เช่น ค่าซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า, ระบบประปา, ระบบสุขาภิบาล, ระบบดับเพลิง และระบบระบายน้ำ
- ค่าบำรุงรักษาลิฟต์ตามกำหนด หรือค่าซ่อมแซมกรณีขัดข้อง
- การดูแลรักษาและทำความสะอาดปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำ
- การซ่อมแซมผิวถนน ฟุตบาท และลานจอดรถ
- อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ส่วนกลาง อาทิ เครื่องปรับอากาศ และไฟต่าง ๆ
ค่าสาธารณูปโภคสำหรับพื้นที่ส่วนกลาง
ค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้า สำหรับพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด เช่น สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, โถงทางเดิน, สวน, ลานจอดรถ และไฟส่องสว่างถนนภายในโครงการ
ค่าจ้างบริการภายนอก
- ค่าจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยที่เข้ามาดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
- ค่าจ้างบริษัททำความสะอาดสำหรับพื้นที่ส่วนกลาง, ห้องน้ำส่วนกลาง และถังขยะต่าง ๆ
- พนักงานจัดสวน: ค่าจ้างบริษัทดูแลสวน, ตัดแต่งต้นไม้, ดูแลภูมิทัศน์
- ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านสระว่ายน้ำ และผู้เชี่ยวชาญด้านระบบบำบัดน้ำเสีย
ค่าประกันภัย
ประกันภัยอาคารและทรัพย์สินส่วนกลาง เพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างอาคารและทรัพย์สินส่วนกลางจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น อัคคีภัย และภัยธรรมชาติ
ค่ากองทุนสำรอง (Sinking Fund/Reserve Fund)
ในบางโครงการ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม จะมีการเก็บค่ากองทุนสำรองเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าส่วนกลางรายเดือน เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการซ่อมแซมใหญ่ในอนาคต เช่น การทาสีอาคารใหม่ทั้งหลัง, การซ่อมบำรุงโครงสร้างหลัก และการเปลี่ยนลิฟต์ เป็นต้น
ทั้งนี้การใช้จ่ายต่าง ๆ จะต้องถูกบันทึกและตรวจสอบโดยนิติบุคคล ซึ่งจะต้องจัดทำรายงานการเงินและนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมเป็นประจำ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้
อัตราค่าส่วนกลางในปัจจุบันอยู่ที่เท่าไหร่?
อัตราค่าส่วนกลางในปัจจุบันมีความหลากหลายอย่างมาก ขึ้นอยู่กับประเภทของโครงการ, ทำเลที่ตั้ง, สิ่งอำนวยความสะดวก และคุณภาพการบริหารจัดการ โดยไม่มีอัตราตายตัวสำหรับทุกโครงการ แต่สามารถให้ข้อมูลเป็นช่วงราคาโดยประมาณได้ดังนี้
- คอนโดมิเนียม
- คอนโด Low-Rise/Mid-Rise (ทั่วไป) โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 35 - 60 บาท/ตารางเมตร/เดือน
- คอนโด High-Rise (ทั่วไป) โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 45 - 75 บาท/ตารางเมตร/เดือน
- คอนโดหรู/Super Luxury อาจสูงถึง 80 - 150 บาท/ตารางเมตร/เดือน หรือสูงกว่านั้น
- หมู่บ้านจัดสรร (บ้านเดี่ยว/ทาวน์โฮม)
- การคิดค่าส่วนกลางของหมู่บ้านจัดสรรมักจะคิดเป็น บาท/ตารางวา/เดือน หรือ บาท/ตารางเมตร/เดือน (แปลงจาก ตร.วา)
- หมู่บ้านทั่วไป ประมาณ 15 - 35 บาท/ตารางวา/เดือน (หรือประมาณ 4 - 9 บาท/ตารางเมตร/เดือน)
- หมู่บ้านหรู/โครงการขนาดใหญ่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะ อาจสูงถึง 40 - 80 บาท/ตารางวา/เดือน หรือสูงกว่า (หรือประมาณ 10 - 20 บาท/ตารางเมตร/เดือน หรือสูงกว่านั้น)
ทั้งนี้ในบางแห่งอาจมีการเก็บค่ากองทุนสำรอง (Sinking Fund) โดยทั่วไปจะมีการเก็บเพิ่มในตอนโอนกรรมสิทธิ์คอนโดประมาณ 300 - 800 บาท/ตารางเมตร (จ่ายครั้งเดียว) ซึ่งเป็นเงินก้อนสำรองสำหรับซ่อมแซมใหญ่ในอนาคต
แชร์! ข้อมูลกฎหมายเกี่ยวกับค่าส่วนกลาง
การเก็บและบริหารจัดการค่าส่วนกลางนั้นอยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมกับเจ้าของร่วมทุกฝ่าย โดยมีกฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องดังนี้
- พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2551 และฉบับล่าสุด)
- มาตรา 18 กำหนดให้เจ้าของร่วมมีหน้าที่ต้องร่วมกันออกค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาและดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนกลาง ตามอัตราส่วนที่กำหนดในกฎกระทรวง (โดยปกติแล้ว คือ ตามสัดส่วนพื้นที่ห้องชุด)
- มาตรา 40 กำหนดให้นิติบุคคลอาคารชุดมีอำนาจหน้าที่ในการจัดการและดูแลทรัพย์สินส่วนกลางให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของอาคารชุด
- มาตรา 49 กำหนดให้เจ้าของร่วมที่ไม่ชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 12 ต่อปีของจำนวนเงินที่ค้างชำระ และหากค้างชำระเกิน 6 เดือน จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 20 ต่อปี และไม่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมใหญ่ของเจ้าของร่วม
- มาตรา 49/1 ระบุว่า นิติบุคคลมีสิทธิระงับการให้บริการสาธารณูปโภค และมีสิทธิฟ้องร้องบังคับคดีได้
- มาตรา 49/2 กำหนดให้นิติบุคคลอาคารชุดมีสิทธิเรียกเก็บค่าส่วนกลางล่วงหน้าได้ไม่เกิน 2 ปี
- พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 (แก้ไขเพิ่มเติม)
- มาตรา 43 กำหนดให้ผู้จัดสรรที่ดินต้องจัดให้มีนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เพื่อดูแลสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะในโครงการ
- มาตรา 44 กำหนดให้สมาชิกของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีหน้าที่ชำระค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภค
สรุปประเด็นสำคัญที่ควรรู้
- กฎหมายให้อำนาจนิติบุคคลในการเรียกเก็บค่าส่วนกลางเพื่อใช้ในการบำรุงรักษาโครงการ
- หากไม่ชำระค่าส่วนกลางตามกำหนด นิติบุคคลมีสิทธิเรียกเก็บค่าปรับ และอาจใช้มาตรการทางกฎหมาย เช่น การระงับการใช้บริการส่วนกลาง หรือการฟ้องร้องบังคับคดีได้
- กรณีค้างชำระค่าส่วนกลาง นิติบุคคลอาจไม่ยอมออกหนังสือปลอดหนี้ ทำให้ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดหรือที่ดินได้
- นิติบุคคลมีหน้าที่จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างโปร่งใส และต้องนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมเสมอ เพื่อให้ทุกคนสามารถตรวจสอบการใช้จ่ายได้อย่างชัดเจน
ค่าส่วนกลางจะมีการปรับขึ้นได้หรือไม่? ปัจจัยใดเป็นตัวกำหนด
ค่าส่วนกลางสามารถปรับขึ้นได้ และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำในหลาย ๆ โครงการ โดยปัจจัยหลักที่กำหนดการปรับขึ้นค่าส่วนกลางมีดังนี้
1. อัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น
- เงินเดือนพนักงานรักษาความปลอดภัย, แม่บ้าน, ช่างเทคนิค, และพนักงานอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้นตามค่าครองชีพ
- ค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟที่ใช้ในพื้นที่ส่วนกลางมีแนวโน้มสูงขึ้น
- ค่าวัสดุอุปกรณ์ อย่างวัสดุซ่อมบำรุง, อุปกรณ์ทำความสะอาด, สารเคมีสำหรับสระว่ายน้ำ ฯลฯ มีการปรับตัวสูงขึ้น
2. อายุของอาคาร/โครงการ
เมื่อโครงการมีอายุมากขึ้น อุปกรณ์และระบบต่าง ๆ ย่อมเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่สูงขึ้น เช่น การเปลี่ยนลิฟต์, การซ่อมแซมระบบท่อน้ำ หรือการทาสีอาคารใหม่
3. การเพิ่มคุณภาพบริการหรือสิ่งอำนวยความสะดวก
นิติบุคคลอาจตัดสินใจเพิ่มบริการใหม่ ๆ เช่น บริการรับส่ง, การจัดกิจกรรมพิเศษ หรือปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทันสมัยขึ้น เช่น เพิ่มเครื่องออกกำลังกายในฟิตเนส, หรือการปรับปรุงสวน ซึ่งล้วนแต่ต้องใช้เงินทุนเพิ่มขึ้น
4. การบริหารจัดการเงินที่ไม่เพียงพอ
หากนิติบุคคลมีการบริหารจัดการที่ไม่ดี หรือมีการประมาณการค่าใช้จ่ายที่ต่ำเกินไปในตอนแรก ทำให้เงินค่าส่วนกลางไม่เพียงพอต่อการบำรุงรักษาและบริหารจัดการได้
5. การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อบังคับ
กฎหมายใหม่บางอย่างอาจกำหนดให้มีการลงทุนในระบบความปลอดภัย หรือการจัดการสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม ซึ่งส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นได้เช่นกัน
แต่ทั้งนี้การปรับขึ้นค่าส่วนกลางไม่ใช่เรื่องที่นิติบุคคลจะทำได้เองโดยพลการ แต่จะต้องผ่านการพิจารณาและอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม หรือที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยนิติบุคคลจะต้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการปรับขึ้น และเสนอแผนการใช้จ่ายให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติด้วยคะแนนเสียงข้างมากตามที่กฎหมายหรือข้อบังคับของนิติบุคคลกำหนด
ถ้าไม่จ่ายค่าส่วนกลาง จะเกิดอะไรขึ้น? ไม่จ่ายได้ไหม

หากไม่จ่ายค่าส่วนกลาง ไม่ใช่แค่คุณจะไม่ได้ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางเท่านั้น แต่ยังต้องเจอกับผลกระทบตามกฎหมายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น
- ค่าปรับมหาโหด: ซึ่งคุณจะต้องจ่ายเงินเพิ่มจากยอดที่ค้างชำระ โดยยิ่งค้างนานยิ่งเสียเพิ่มมากขึ้น
- ถูกระงับสิทธิ์: ถูกระงับสิทธิ์การเข้าใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และไม่มีสิทธิ์ออกเสียงในการประชุมลูกบ้าน
- อาจโดนฟ้องร้องได้: เพราะนิติบุคคลมีสิทธิ์ฟ้องร้องบังคับให้คุณชำระหนี้ทั้งหมด พร้อมค่าปรับและค่าทนายความ
- โดนตัดสิทธ์โอนบ้านหรือห้องชุด: คุณจะไม่สามารถขายหรือโอนห้องชุดหรือบ้านได้ จนกว่าจะชำระค่าส่วนกลางที่ค้างทั้งหมด
- งบไม่พอ: ที่สำคัญการไม่จ่ายค่าส่วนกลางจะส่งผลให้โครงการขาดงบประมาณในการดูแลส่วนกลาง ทำให้คุณภาพชีวิตของเพื่อนบ้านและมูลค่าของโครงการโดยรวมลดลง
ดังนั้นการจ่ายค่าส่วนกลางจึงเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เพื่อให้ทุกคนในโครงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยังเป็นการรักษามูลค่าทรัพย์สินของตัวคุณเองไว้อีกด้วย
คำถามยอดนิยม
ค่าส่วนกลาง ค้างได้กี่งวด?
ตามพระราชบัญญัติอาคารชุดไม่ได้กำหนดจำนวนงวดที่ชัดเจนว่าค้างได้กี่งวด แต่จะระบุถึงผลกระทบที่จะตามมาทันทีที่ค้างชำระ โดยจะเริ่มมีการคิดเงินค่าปรับทันทีที่เลยกำหนด และอัตราค่าปรับจะสูงขึ้นหากค้างเกิน 6 เดือน นอกจากนี้ยังอาจถูกระงับสิทธิ์ในการใช้พื้นที่ส่วนกลาง และอาจถูกฟ้องร้องได้
ค่าส่วนกลางคอนโดจ่ายตอนไหน?
โดยทั่วไปค่าส่วนกลางคอนโดจะชำระเป็นรายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของนิติบุคคลแต่ละโครงการ และในบางโครงการอาจให้ชำระล่วงหน้า 3 เดือน หรือ 6 เดือน ณ วันที่โอนกรรมสิทธิ์ครั้งแรกร่วมด้วย
ขอปรับลดค่าส่วนกลางได้ไหม?
การขอปรับลดค่าส่วนกลางไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นเรื่องที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมหรือลูกบ้าน ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการอนุมัติงบประมาณ หากต้องการให้พิจารณาปรับลด จะต้องมีการชี้แจงเหตุผลและนำเสนอข้อมูลที่น่าเชื่อถือต่อนิติบุคคลและที่ประชุมใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไปได้ยาก เว้นแต่จะมีการรวมตัวกันของลูกบ้านจำนวนมาก และมีเหตุผลที่หนักแน่นเพียงพอ เช่น นิติบุคคลมีการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือใช้จ่ายอย่างไม่สมเหตุสมผล เป็นต้น
ค่าส่วนกลาง ลดหย่อนภาษีได้ไหม?
ค่าส่วนกลางไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้โดยตรง เนื่องจากถือเป็นค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาทรัพย์สิน ไม่ใช่รายจ่ายเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สิน หรือเป็นรายจ่ายตามที่กฎหมายกำหนดให้ลดหย่อนภาษีได้
ฟ้องเรียกค่าส่วนกลาง อายุความกี่ปี?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อายุความในการฟ้องเรียกเก็บค่าส่วนกลางคือ 5 ปี นับตั้งแต่วันที่หนี้ถึงกำหนดชำระ อย่างไรก็ตามแม้จะเลยอายุความแล้ว การค้างชำระค่าส่วนกลางยังคงส่งผลให้ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ จนกว่าจะชำระหนี้ทั้งหมด
สรุป
ค่าส่วนกลาง คือหัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการที่อยู่อาศัยของคุณน่าอยู่และครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เพราะเงินส่วนนี้ถูกใช้ดูแลทุกอย่าง ตั้งแต่ค่า รปภ, การทำความสะอาด ไปจนถึงการบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ซึ่งการชำระค่าส่วนกลางอย่างสม่ำเสมอถือเป็นหน้าที่สำคัญของลูกบ้าน หากไม่จ่าย คุณจะต้องเจอค่าปรับ, ถูกระงับสิทธิ์การใช้งานส่วนกลาง, ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ และอาจถูกฟ้องร้องตามกฎหมายด้วยนั่นเอง ดังนั้นการทำความเข้าใจและปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ เหล่านี้ จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในโครงการของคุณ
Frasers Property เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์โครงการคุณภาพ พร้อมการบริหารจัดการพื้นที่ส่วนกลางอย่างมืออาชีพ เพื่อประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ให้เราให้ข้อมูลบ้านเพิ่มเติม call: 1520 หรือทาง Line: @frasershome และ Facebook: Frasers Property Home