การตัดสินใจเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยสักหลังในปี 2569 ไม่ใช่เพียงแค่การเตรียมเงินสำหรับราคาบ้านเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการวางแผนงบประมาณให้ครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายแฝงที่เกิดขึ้นตามขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่วันเริ่มจองไปจนถึงวันที่ย้ายเข้าอยู่อาศัย เพื่อให้การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยความราบรื่น และไม่ต้องกังวลกับภาระทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
การทำความเข้าใจภาพรวมของค่าธรรมเนียมและภาษี จะช่วยให้ทุกท่านบริหารจัดการกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มาตรการรัฐมีการปรับตัว บทความนี้จึงรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นเพื่อให้การเตรียมตัวเป็นเจ้าของบ้านเป็นเรื่องที่ง่ายและชัดเจนที่สุด
ซื้อบ้านต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง

การเตรียมเงินก้อนสำหรับการซื้อบ้านประกอบไปด้วยหลายส่วน ซึ่งแต่ละช่วงเวลาก็จะมีภาระค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถแบ่งกลุ่มใหญ่ ๆ ออกเป็น 3 ระยะ คือ ช่วงก่อนวันโอนกรรมสิทธิ์, วันที่ดำเนินการ ณ กรมที่ดิน และหลังจากที่ได้รับมอบบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หากทุกท่านเข้าใจโครงสร้างเหล่านี้ จะช่วยให้สามารถคำนวณเงินสำรองที่ต้องเตรียมไว้นอกเหนือจากเงินงวดผ่อนชำระรายเดือน และช่วยให้การยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารมีความแม่นยำตรงตามความต้องการใช้เงินจริงมากยิ่งขึ้น
ค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อก่อนวันโอนกรรมสิทธิ์บ้าน
1. ค่าจองและค่าทำสัญญา
ด่านแรกที่ต้องชำระเพื่อยืนยันสิทธิ์ในการครอบครองบ้าน โดย "ค่าจอง" มักเป็นเงินจำนวนหลักพันถึงหลักหมื่นบาทเพื่อล็อกตำแหน่งบ้าน ส่วน "ค่าทำสัญญา" จะตามมาหลังจากจองประมาณ 7-14 วัน ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าค่าจองเล็กน้อย โดยเงินทั้งสองส่วนนี้มักจะถูกนำไปหักออกจากราคาบ้านเต็มในภายหลัง
2. เงินดาวน์
เงินดาวน์คือส่วนต่างของราคาบ้านที่ธนาคารอาจไม่ได้อนุมัติเงินกู้ให้เต็ม 100% โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 5-20% ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโครงการ หากเป็นบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ทุกท่านอาจสามารถเลือกผ่อนชำระเงินดาวน์เป็นงวด ๆ ได้ตามระยะเวลาที่โครงการกำหนด
3. ค่าประเมินบ้านของธนาคาร
เมื่อยื่นกู้สินเชื่อบ้าน ธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบมูลค่าทรัพย์สินเพื่อดูว่าราคาบ้านเหมาะสมกับวงเงินที่ขอกู้หรือไม่ โดยปกติจะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 1,500 - 3,500 บาท ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถาบันการเงินและขนาดของพื้นที่
4. ค่าตรวจบ้านก่อนทำการโอนบ้าน
ขั้นตอนสำคัญก่อนเซ็นรับมอบคือการตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้าง การจ้างบริษัทรับตรวจบ้านมืออาชีพเข้ามาดูระบบไฟ ระบบน้ำ และโครงสร้างจะช่วยลดปัญหาการซ่อมแซมในภายหลัง ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มักเริ่มต้นที่ 3,000 - 10,000 บาท ถือเป็นการลงทุนเพื่อความสบายใจในระยะยาว
5. ค่าโอนกรรมสิทธิ์ (ส่วนที่ตกลงกัน)
แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ณ กรมที่ดิน แต่ต้องเตรียมงบประมาณไว้ล่วงหน้าตามข้อตกลงในสัญญาจะซื้อจะขาย ว่าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายใครจะเป็นผู้รับผิดชอบส่วนไหน เพื่อให้ทราบตัวเลขเงินสดที่ต้องเตรียมไปในวันโอนอย่างแม่นยำ
ค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อในวันทำการโอนบ้าน

1. ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์
เป็นค่าใช้จ่ายหลัก ณ กรมที่ดิน ปกติต้องจ่ายอัตรา 2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 รัฐบาลอาจมีมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์สำหรับบ้านราคาที่กำหนด โดยอาจปรับลดค่าธรรมเนียมส่วนนี้ลงเหลือเพียง 0.01%
ตัวอย่าง: ซื้อบ้านราคาประเมิน 4,000,000 บาท หากใช้อัตราปกติ 2% ต้องจ่าย 80,000 บาท แต่หากได้รับสิทธิ์มาตรการรัฐ 0.01% จะชำระจริงเพียง 400 บาท
2. ค่าจดจำนอง
กรณีที่กู้ซื้อบ้านผ่านธนาคาร จะมีค่าจดจำนองในอัตรา 1% ของมูลค่าจำนอง ซึ่งในปี 2569 หากเป็นไปตามเกณฑ์มาตรการรัฐ อัตรานี้อาจลดเหลือเพียง 0.01%
ตัวอย่าง: ยอดกู้ 4,000,000 บาท อัตราปกติ 1% คือ 40,000 บาท หากได้สิทธิ์มาตรการรัฐ 0.01% จะชำระเพียง 400 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของผู้ซื้อ หลังกู้ซื้อบ้านผ่าน
1. ค่าประกันอัคคีภัย
เป็นหลักประกันความเสี่ยงที่ธนาคารกำหนดให้ทำเพื่อคุ้มครองกรณีอุบัติภัย เบี้ยประกันมักเรียกเก็บล่วงหน้า 1-3 ปี และต้องต่ออายุจนกว่าจะผ่อนชำระหมด
2. ค่าส่วนกลางของโครงการบ้าน
เพื่อให้สภาพแวดล้อมในเว็บเรายังคงสวยงาม การชำระค่าส่วนกลางจึงเป็นหน้าที่สำคัญเพื่อนำไปจ้าง รปภ. และดูแลสวน โดยโครงการมักให้ชำระล่วงหน้า 1-3 ปีในวันโอนบ้าน คิดตามขนาดที่ดินตารางวา
3. ค่ามิเตอร์น้ำ-ไฟฟ้า
เป็นการชำระค่าธรรมเนียมและเงินประกันการติดตั้งมิเตอร์ในชื่อเจ้าของบ้านคนใหม่ หากโครงการไม่มีโปรโมชั่นแถมฟรี ควรเตรียมงบประมาณไว้ประมาณ 5,000 - 15,000 บาท
4. งบเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
เป็นงบประมาณที่ยืดหยุ่นตามความชอบ แต่เป็นส่วนที่ใช้งบสูงที่สุดหลังย้ายเข้า ทุกท่านควรกันเงินสำรองไว้สำหรับการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่งพื้นฐาน เพื่อให้บ้านพร้อมสำหรับการอยู่อาศัยที่มีความประทับใจ
ค่าใช้จ่ายที่ผู้กู้ซื้อไม่จำเป็นต้องจ่าย

ตามกฎหมายและธรรมเนียมปฏิบัติ มีบางรายการที่เป็นความรับผิดชอบของผู้ขายโดยตรง เว้นแต่จะตกลงกันเป็นพิเศษ:
1. ค่าอากรแสตมป์
คิดในอัตรา 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบ หากในธุรกรรมนั้นมีการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว ก็ไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ซ้ำซ้อน
2. ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ
เป็นภาษีจากการขายบ้านที่ถือครองไม่เกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่ถึง 1 ปี อัตราอยู่ที่ 3.3% ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ขายที่จะต้องชำระในฐานะผู้มีรายได้
ข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนซื้อบ้าน
ก่อนการตกลงจ่ายเงินจอง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการศึกษา "สัญญาจะซื้อจะขาย" ให้ละเอียด โดยเฉพาะเรื่องภาระค่าธรรมเนียมวันโอน เพราะบางสัญญาอาจระบุให้ผู้ซื้อต้องรับผิดชอบค่าโอนทั้งหมด นอกจากนี้ควรเช็กสิทธิ์จากมาตรการรัฐปี 2569 อย่างสม่ำเสมอ เพราะอาจช่วยประหยัดเงินได้นับแสนบาท
แนะนำบ้านเดี่ยวน่าซื้อ 2569
หากกำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตบนทำเลศักยภาพ นี่คือ 3 โครงการที่น่าสนใจที่สุดในปีนี้:
1. กูธ์เธ่ สุขุมวิท 76 (GUTÉ Sukhumvit 76)
บ้านหรูดีไซน์ Futuristic ที่นำเสนอคอนเซปต์พื้นที่ใช้สอยแบบใหม่ ออกแบบมาเพื่อความเป็นส่วนตัวและฟังก์ชันที่ยืดหยุ่น โดดเด่นด้วยห้องโถงเพดานสูง
ที่ตั้งโครงการ: ในซอยสุขุมวิท 76 เชื่อมต่อถนนสุขุมวิทและทางด่วนได้สะดวก
พื้นที่ใช้สอย: เริ่มต้น 215 - 420 ตร.ม.
สถานที่สำคัญใกล้โครงการ: ใกล้ BTS สถานีแบริ่ง เดินทางเพียง 5 นาที (2.8 กม.) และใกล้ไบเทค บางนา เดินทางเพียง 10 นาที (4.5 กม.)
2. อัลพีน่า พระราม 2
คฤหาสน์หรูสไตล์ยุโรปที่ยกระดับการใช้ชีวิตอย่างเหนือระดับ ด้วยความเป็นส่วนตัวเพียงไม่กี่ครอบครัว ทุกหลังมาพร้อมกับสระว่ายน้ำส่วนตัวและวัสดุเกรดประณีต
ที่ตั้งโครงการ: ติดริมถนนใหญ่พระราม 2 สะดวกสบายทุกการเดินทางเข้าเมือง
พื้นที่ใช้สอย: เริ่มต้น 364 - 549 ตร.ม.
สถานที่สำคัญใกล้โครงการ: ใกล้เซ็นทรัล พระราม 2 เดินทางเพียง 12 นาที (8 กม.) และใกล้โรงเรียนนานาชาติชั้นนำ เดินทางเพียง 15-20 นาที
3. แกรนดิโอ 2 พระราม 2
บ้านเดี่ยวหลังใหญ่สไตล์ยุโรปคลาสสิกที่มาพร้อมกับคลับเฮ้าส์หรูหราและพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ
ที่ตั้งโครงการ: ย่านพระราม 2-ตากสิน รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก
พื้นที่ใช้สอย: เริ่มต้น 251 - 358 ตร.ม.
สถานที่สำคัญใกล้โครงการ: ใกล้โรงพยาบาลนครธน เดินทางเพียง 10 นาที (5 กม.) และใกล้คอมมูนิตี้มอลล์ย่านพระราม 2 เดินทางเพียง 5-10 นาที
สรุป
การเตรียมตัวซื้อบ้านในปี 2569 จะเป็นเรื่องง่ายหากมีการวางแผนล่วงหน้า การเตรียมเงินสำรองให้เพียงพอสำหรับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จะช่วยให้ทุกท่านไม่ต้องเผชิญภาวะเงินตึงตัวภายหลัง และสามารถจัดสรรงบประมาณไปใช้กับการตกแต่งบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยแห่งความประทับใจ ที่เป็นบ้านในฝันได้อย่างสมบูรณ์
หากทุกท่านกำลังมองหาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพ และต้องการคำแนะนำเพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นเรื่องง่าย Frasers Property Home พร้อมเป็นที่ปรึกษาช่วยเหลือทุกท่าน ตั้งแต่การเลือกทำเลไปจนถึงกระบวนการโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อให้การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบ้านหลังใหม่ของทุกท่านเต็มไปด้วยความมั่นใจและคุ้มค่าที่สุด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1520, Facebook: Frasers Property Home หรือ LINE: @frasershome