การกู้เงินซ่อมบ้าน เป็นทางเลือกทางการเงินที่ได้รับความสนใจอย่างมากสำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการปรับปรุง ซ่อมแซม หรือรีโนเวทบ้านเก่าให้กลับมามีสภาพดีน่าอยู่อาศัยดังเดิม เนื่องจากเมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างและวัสดุต่าง ๆ ย่อมเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา การเลือกผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เหมาะสมจะช่วยให้ทุกท่านบริหารจัดการงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องดึงเงินสดสำรองฉุกเฉินของครอบครัวออกมาใช้จนขาดสภาพคล่อง

การกู้เงินซ่อมบ้าน คืออะไร?
กู้เงินซ่อมบ้าน (Home Renovation Loan) คือสินเชื่อที่สถาบันการเงินอนุมัติให้แก่ผู้ขอสินเชื่อ เพื่อนำเงินก้อนไปใช้ในการปรับปรุง ซ่อมแซม ต่อเติม หรือตกแต่งภายในที่อยู่อาศัยที่ผู้กู้มีกรรมสิทธิ์อยู่แล้ว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยให้ดีขึ้น โดยสถาบันการเงินจะพิจารณาอนุมัติวงเงินจากฐานรายได้ ความสามารถในการชำระหนี้ และมูลค่าของหลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นหลัก
แตกต่างกับกู้ซื้อบ้านอย่างไร
แม้จะเป็นสินเชื่อเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยเหมือนกัน แต่ในมิติของระบบเงื่อนไขมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน การกู้ซื้อบ้านจะเป็นการขอวงเงินเพื่อเปลี่ยนมือเจ้าของกรรมสิทธิ์ โดยธนาคารจะจ่ายเงินก้อนทั้งหมดให้กับผู้ขายในวันโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดิน แต่สำหรับการขอวงเงินซ่อมแซมบ้าน กรรมสิทธิ์โฉนดเป็นของผู้กู้อยู่แล้ว ธนาคารจะพิจารณาอนุมัติวงเงินตามราคาประเมินของแบบแปลนและมูลค่าความเสียหายจริง โดยส่วนใหญ่จะทยอยจ่ายเงินกู้ให้เป็นงวด ๆ ตามความคืบหน้าของงานก่อสร้างจริง
การกู้เงินซ่อมบ้าน มีทั้งหมดกี่แบบ แบบไหนบ้าง

ในระบบสถาบันการเงินมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่รองรับงานปรับปรุงที่อยู่อาศัยหลัก ๆ 3 รูปแบบ ดังนี้
1. สินเชื่อซ่อมแซมบ้าน แบบวงเงินกู้ระยะยาวเพื่อการรีโนเวท
เป็นรูปแบบสินเชื่อระยะยาว (Term Loan) ที่ธนาคารจะให้เงินกู้เป็นเงินก้อนใหญ่และกำหนดให้ผ่อนชำระคืนรายเดือนเท่า ๆ กันเป็นระยะเวลานาน 10-30 ปี ข้อดีคือคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำเนื่องจากใช้บ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เหมาะสำหรับงานรีโนเวทโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เงินทุนสูง
2. สินเชื่อวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี เพิ่มความคล่องตัวในการซ่อม
สินเชื่อในรูปแบบวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D) หรือวงเงินหมุนเวียน เป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มกระแสเงินสดและความคล่องตัวในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ โดยธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเฉพาะยอดเงินที่ผู้กู้เบิกใช้จริงเท่านั้น เหมาะสำหรับงานซ่อมแซมที่มีลักษณะทยอยทำและต้องการยืดหยุ่นในการจ่ายเงินให้ผู้รับเหมา
3. สินเชื่อส่วนบุคคลอเนกประสงค์ ทางเลือกสำหรับงานซ่อมด่วน
สินเชื่อที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน (Unsecured Loan) อนุมัติไวและใช้เอกสารน้อย เหมาะสำหรับงานซ่อมแซมเร่งด่วนขนาดเล็ก เช่น หลังคารั่วซึม หรือระบบประปาชำรุด ที่ต้องใช้เงินจำนวนไม่สูงมากนัก (ส่วนใหญ่ไม่เกิน 1-5 แสนบาท) แต่จะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าและระยะเวลาผ่อนชำระที่สั้นกว่า
คุณสมบัติของผู้ขอกู้เงินซ่อมบ้าน
การพิจารณาอนุมัติวงเงินกู้ยืม ผู้สมัครจำเป็นต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานตามที่ธนาคารกำหนดไว้ดังนี้:
- เป็นบุคคลธรรมดา สัญชาติไทย มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และเมื่อรวมระยะเวลาผ่อนชำระต้องไม่เกิน 65-70 ปี
- มีรายได้ประจำที่มั่นคงแน่นอน มีอายุงานไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือหากเป็นเจ้าของธุรกิจต้องดำเนินกิจการมาแล้วไม่น้อยกว่า 1-2 ปี
- มีประวัติทางการเงินที่ดีใสสะอาด ไม่มีประวัติการค้างชำระหนี้สะสมในระบบข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร)
- ต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในที่อยู่อาศัยหลังที่ต้องการยื่นขอวงเงินซ่อมแซม
เงื่อนไขการขอกู้เงินซ่อมบ้านสำหรับบ้านที่มีภาระและไม่มีภาระ
สถานะของที่อยู่อาศัยในปัจจุบันเป็นตัวกำหนดแนวทางและเงื่อนไขในการพิจารณาสินเชื่อของธนาคาร โดยแบ่งออกเป็นสองกรณีหลัก
1. บ้านที่ยังมีภาระผ่อน
หากบ้านยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระค่างวดกับสถาบันการเงิน ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการยื่นขอสินเชื่อนโยบายส่วนเพิ่มกับธนาคารเดิมที่ผ่อนอยู่ เนื่องจากเป็นลูกหนี้เดิมที่มีประวัติการชำระดี ธนาคารมักจะอนุมัติวงเงินให้ได้ง่ายโดยใช้หลักทรัพย์เดิมค้ำประกัน หรืออีกทางเลือกคือการทำเรื่องรีไฟแนนซ์ (Refinance) ย้ายไปธนาคารใหม่พร้อมขอวงเงินกู้เพิ่มเพื่อการตกแต่งซ่อมแซมในคราวเดียวกัน
2. บ้านที่ปลอดภาระผ่อน
สำหรับบ้านที่ผ่อนชำระหมดแล้วหรือสร้างด้วยเงินสดจนได้ครอบครองกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินตัวจริงเรียบร้อยแล้ว ทุกท่านสามารถนำโฉนดที่ดินผืนนั้นมาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการยื่นขอสินเชื่อประเภท "บ้านแลกเงิน" (Home for Cash) ได้ทันที เงื่อนไขสัญญารูปแบบนี้จะทำให้อนุมัติวงเงินก้อนได้สูงตามราคาประเมินปัจจุบัน และได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำพร้อมระยะเวลาผ่อนที่ยาวนาน
รวมสิ่งที่ควรทำก่อนขอสินเชื่อเพื่อกู้เงินซ่อมบ้าน

เพื่อป้องกันปัญหางบประมาณบานปลายและช่วยให้การยื่นขออนุมัติสินเชื่อผ่านพ้นไปด้วยดี ทุกท่านควรเตรียมความพร้อมดังนี้
- เช็กปัญหาที่เกิดขึ้นในตัวบ้านทั้งหมด: สำรวจและจดบันทึกจุดที่ชำรุดเสียหายอย่างละเอียดเพื่อวางขอบเขตงาน
- ติดต่อช่างให้เข้ามาประเมินราคา: เลือกผู้รับเหมาที่น่าเชื่อถือเข้ามาสำรวจหน้างานและจัดทำใบเสนอราคา (BOQ)
- คำนวณค่าใช้จ่ายในการซ่อมบ้าน: นำตัวเลขค่าวัสดุและค่าแรงจากช่างมาจัดทำแผนงบประมาณรวมเพื่อกำหนดวงเงินที่จะขอกู้
- คำนวณค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่อาจเกิดขึ้น: ควรจัดสรรเงินสดสำรองเพิ่มไว้ประมาณ 10-20% ของงบประมาณหลักเพื่อรองรับงานงอก
- เปรียบเทียบข้อเสนอสินเชื่อ: ศึกษาอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขของแต่ละธนาคารเพื่อเลือกทางเลือกที่ประหยัดที่สุด
เอกสารที่ต้องใช้
การจัดเตรียมเอกสารที่ครบถ้วนชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ธนาคารอนุมัติวงเงินได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเอกสารหลักที่ต้องใช้ประกอบด้วย
- เอกสารส่วนบุคคล: สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี), สำเนาทะเบียนสมรส
- เอกสารแสดงรายได้: สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน, หนังสือรับรองเงินเดือน, รายงานเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
- เอกสารหลักประกันและงานซ่อมแซม: สำเนาโฉนดที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด, แบบแปลนการต่อเติมซ่อมแซม, ใบเสนอราคาหรือสัญญารับเหมาก่อสร้าง (BOQ), ใบอนุญาตต่อเติมอาคารจากทางราชการ (กรณีดัดแปลงโครงสร้างใหญ่)
ชี้เป้า! กู้เงินซ่อมบ้าน ธนาคารไหนดี
การเลือกสถาบันการเงินที่ตอบโจทย์จะช่วยให้ทุกท่านได้รับเงื่อนไขการผ่อนชำระที่สบายใจที่สุด โดยสามารถพิจารณาเปรียบเทียบได้ดังตารางนี้
| ความต้องการของผู้ซื้อ | ตัวเลือกธนาคารแนะนำ | จุดเด่นและเงื่อนไขสินเชื่อสอดคล้อง |
| เน้นอัตราดอกเบี้ยต่ำและเงื่อนไขผ่อนปรนยาวนาน | ธอส | มีแผนสินเชื่อเพื่อการต่อเติมบ้านโดยเฉพาะ คิดดอกเบี้ยต่ำและผ่อนได้ยาวนานสูงสุด 40 ปี |
| เป็นลูกหนี้รายย่อยที่ต้องการวงเงินกู้สวัสดิการรัฐ | ออมสิน | เด่นเรื่องสินเชื่อเคหะเพื่อการซ่อมแซม มีโปรโมชันอัตราดอกเบี้ยคงที่ในช่วงแรกเพื่อลดภาระ |
| ต้องการความรวดเร็วและอนุมัติผ่านระบบยืดหยุ่น | ทีทีบี | มีสินเชื่อบ้านแลกเงินที่ให้วงเงินสูง อนุมัติไว และผ่อนชำระได้ยืดหยุ่นคุมงบประมาณง่าย |
| ต้องการวงเงินก้อนใหญ่เพื่อรีโนเวทปรับโฉมเต็มรูปแบบ | กรุงศรี | ให้วงเงินอนุมัติสูงสุดของราคาประเมินหลักทรัพย์ พร้อมเงื่อนไขการรวมหนี้เพื่อลดดอกเบี้ย |
ก่อนการตัดสินใจเซ็นสัญญา ทุกท่านควรทำการเช็กและตรวจสอบเงื่อนไข อัตราดอกเบี้ยแท้จริงเฉลี่ยตลอดอายุสัญญา (Effective Rate) รวมถึงค่าธรรมเนียมแฝงต่าง ๆ เช่น ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย ของแต่ละสถาบันการเงินอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่คุ้มค่าและปลอดภัยต่อกระแสเงินสดในครอบครัวมากที่สุด
FAQ : กู้เงินซ่อมบ้าน
ผู้ยื่นกู้เงินซ่อมบ้านจำเป็นต้องเป็นเจ้าของเจ้าบ้านหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าบ้านในทะเบียนบ้านครับ แต่ผู้ยื่นขอสินเชื่อ "จำเป็นต้องมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในโฉนดที่ดิน" หรือสิ่งปลูกสร้างหลังนั้น ๆ หากไม่มีชื่อในโฉนด ธนาคารจะไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อประเภทที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันให้ได้ ยกเว้นแต่จะใช้วิธีการกู้ร่วมโดยให้ผู้ที่มีชื่อในโฉนดเข้ามาเป็นผู้กู้ร่วมในสัญญา หรือเลือกใช้สินเชื่อส่วนบุคคลอเนกประสงค์ที่ไม่ต้องใช้หลักประกันแทนครับ
สรุปสาระสำคัญ
การเลือกกู้เงินเพื่อนำมาปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเป็นแนวทางบริหารเงินที่ช่วยรักษาสภาพคล่องและช่วยคงมูลค่าของสินทรัพย์ไม่ให้เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา แม้จะมีภาระผ่อนชำระรายเดือนเพิ่มขึ้น แต่การแลกมาด้วยความปลอดภัย โครงสร้างที่แข็งแรง และความสุขในการพักอาศัยของสมาชิกในครอบครัว ก็นับเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง การวางแผนคำนวณงบประมาณราคางานช่างอย่างรัดกุมควบคู่กับการเลือกผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตรงจุด ย่อมช่วยป้องกันปัญหางบบานปลายและทำให้การรีโนเวทบ้านในครั้งนี้ราบรื่นไร้ข้อกังวล
เมื่อทุกท่านเข้าใจแนวทางการยื่นขอวงเงินและเตรียมความพร้อมในการดูแลซ่อมแซมบ้านเก่าให้กลับมางดงามแล้ว การมองหาทางเลือกที่อยู่อาศัยใหม่ที่ตอบโจทย์ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ แฝงไว้ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดการก่อสร้างตั้งแต่เริ่มต้น จึงเป็นก้าวสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการซ่อมบำรุงในอนาคต เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม พร้อมส่งต่อความประทับใจผ่านบ้านทุกหลังบนทำเลศักยภาพทั่วประเทศ สามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.1520 Facebook: Frasers Property Home หรือ LINE: @frasershome