บ้านสไตล์นอร์ดิก คืออะไร?  ต่างจากบ้านไตล์อื่น ๆ ยังไงบ้าง และมีข้อดี - ข้อเสียอะไร

สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านที่สะท้อนความเรียบง่าย อบอุ่น และกลมกลืนกับธรรมชาติ บ้านสไตล์นอร์ดิกอาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังตามหา ทั้งนี้หลายคนก็คงมีข้อสงสัยอยู่ว่า บ้านสไตล์นอร์ดิกคืออะไร? มีเสน่ห์แบบไหน แตกต่างจากบ้านทรงอื่นอย่างไร และบ้านสไตล์นอร์ดิกมีข้อเสียอะไรบ้าง? 

บทความนี้เลยจะพาคุณไปทำความรู้จักกับบ้านสไตล์นอร์ดิกอย่างละเอียด พร้อมวิธีตกแต่งบ้าน เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อ และเนรมิตให้เป็นบ้านในฝันของคุณกัน!

บ้านสไตล์นอร์ดิก คืออะไร?

บ้านสไตล์นอร์ดิก

บ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic style house) คือรูปแบบสถาปัตยกรรมและการตกแต่งที่ได้รับอิทธิพลมาจากกลุ่มประเทศนอร์ดิก (สแกนดิเนเวีย) ได้แก่ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ และไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และมีช่วงเวลากลางวันค่อนข้างสั้นในฤดูหนาว จึงเน้นการออกแบบที่เรียบง่าย เน้นฟังก์ชันการใช้งาน การใช้แสงธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการเชื่อมโยงกับธรรมชาติโดยรอบ เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ผ่อนคลาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

บ้านสไตล์นอร์ดิก มีที่มาอย่างไร?

บ้านสไตล์นอร์ดิกมีต้นกำเนิดมาจากประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย ซึ่งได้แก่ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ และไอซ์แลนด์ ด้วยสภาพภูมิประเทศที่มีป่าไม้จำนวนมากและมีช่วงเวลากลางวันที่สั้นในฤดูหนาว ผู้คนในแถบนี้จึงออกแบบบ้านโดยเน้นที่การใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติให้มากที่สุด และสร้างบรรยากาศภายในที่อบอุ่นและผ่อนคลาย รวมถึงการใช้วัสดุจากธรรมชาติที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น ไม้ ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่าย แต่มีคุณภาพ และกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม 

องค์ประกอบหลักของบ้านสไตล์ Nordic มีอะไรบ้าง?

องค์ประกอบหลักที่ทำให้บ้านสไตล์นอร์ดิกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ประกอบด้วย

  • การออกแบบที่เน้นเส้นสายสะอาดตา ลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็น แต่ยังคงความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งาน
  • ทุกองค์ประกอบของบ้านถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและใช้งานได้จริง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน
  • มีการออกแบบช่องเปิด ประตู หน้าต่างบานใหญ่ หรือช่องรับแสง เพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในบ้านให้มากที่สุด
  • ใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้จริง หิน และการจัดวางที่เปิดมุมมองออกสู่ภายนอก
  • นิยมใช้สีขาว เทาอ่อน หรือสีธรรมชาติของไม้ เพื่อให้บ้านดูโปร่ง โล่ง และสว่าง

จุดเด่นบ้านสไตล์นอร์ดิก มีอะไรบ้าง?

จุดเด่นบ้านสไตล์นอร์ดิก

บ้านสไตล์นอร์ดิกมีจุดเด่นทั้งภายในและภายนอกที่ทำให้เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย

1. จุดเด่นบ้านสไตล์นอร์ดิก ภายในมีอะไรบ้าง?

  • ภายในบ้านมักออกแบบให้มีเพดานสูง และใช้ผนังกระจกหรือหน้าต่างบานใหญ่ เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้เต็มที่ ทำให้บ้านดูกว้างขวางและสว่าง
  • เน้นเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ฟังก์ชันครบครัน และมีดีไซน์ที่เข้ากับบ้าน ลดความแออัด ทำให้พื้นที่ดูเป็นระเบียบและผ่อนคลาย
  • ผนัง พื้น หรือฝ้าเพดานมักตกแต่งด้วยไม้สีอ่อน ซึ่งให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา และเชื่อมโยงกับธรรมชาติ
  • มีเตาผิง แม้ในไทยอาจไม่จำเป็น แต่เตาผิงยังเป็นองค์ประกอบที่เพิ่มความอบอุ่นและเสน่ห์แบบนอร์ดิกให้กับพื้นที่นั่งเล่นสำหรับบ้านสไตล์นี้

2. จุดเเด่นบ้านสไตล์นอร์ดิก ภายนอกมีอะไรบ้าง?

  • ตัวบ้านมักมีรูปทรงที่ชัดเจน เช่น สี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือทรงสามเหลี่ยมคล้ายโรงนา (Barn House) ที่ดูสะอาดตา
  • หลังคาสูงและมีมุมชัน ช่วยในการระบายน้ำฝนได้ดี และยังเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของสไตล์นี้
  • ผนังภายนอกมักเป็นไม้จริง หรือทาสีขาว เทาอ่อน ที่ตัดกับสีธรรมชาติของไม้ หรือสีเข้มของหลังคา
  • มักมีพื้นที่ระเบียงหรือชานไม้ยื่นออกมาจากตัวบ้าน เพื่อเป็นพื้นที่พักผ่อนและเชื่อมต่อกับสวนภายนอก

บ้านสไตล์นอร์ดิกต่างจากบ้านบ้านสไตล์ลอฟท์, บ้านทรอปิคอล,บ้านมินิมอล,บ้านโมเดิร์น อย่างไรบ้าง?

แม้บ้านแต่ละสไตล์จะมีความสวยงามและเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อนำมาบ้านสไตล์อื่น ๆ เปรียบเทียบกับบ้านสไตล์นอร์ดิก

คุณสมบัติ บ้านสไตล์นอร์ดิก บ้านสไตล์ลอฟท์ บ้านสไตล์ทรอปิคอล บ้านสไตล์มินิมอล บ้านสไตล์โมเดิร์น
แนวคิดหลัก เรียบง่าย, อบอุ่น, โอบล้อมด้วยแสงธรรมชาติ เชื่อมโยงธรรมชาติ ดิบ, เท่, โปร่งโล่ง, , เน้นโครงสร้างเดิม ๆ เพลน ๆ กลมกลืนกับธรรมชาติ, ระบายอากาศได้ดี, พร้อมรับมือกับสภาพอากาศร้อนชื้น น้อยแต่มาก, เรียบง่ายที่สุด, เน้นฟังก์ชันสำคัญของตัวบ้าน ทันสมัย เน้นเส้นสายชัดเจน และวัสดุใหม่
โทนสี ขาว, เทาอ่อน, ครีม, สีธรรมชาติของไม้ เทา, ดำ, อิฐ, สีของวัสดุ เขียว, น้ำตาล, สีธรรมชาติ, สีสดใสจากพืช ขาว, เทา, ดำ, สีอ่อน ขาว, เทา, ดำ, สีเอิร์ธโทน
วัสดุหลัก ไม้สีอ่อน, กระจก, ผ้าขนสัตว์, หนัง ปูนเปลือย, อิฐ, เหล็ก, ไม้ดิบ, กระจก ไม้, หิน, กระจก, พืชพรรณธรรมชาติ, หลังคามุงประยุกต์ ไม้, กระจก, เหล็ก, คอนกรีต คอนกรีต, กระจก, เหล็ก, อะลูมิเนียม
รูปทรง หลังคาทรงจั่วสูง, รูปทรงเรขาคณิตเรียบง่าย เพดานสูง, โครงสร้างเปิดเปลือย หลังคาทรงจั่วชัน, ชายคายื่นยาว, ยกพื้น สี่เหลี่ยม, เส้นตรง, ลดทอนรายละเอียดให้เรียบง่าย สี่เหลี่ยม, เส้นสายคมชัด
การตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น, เน้นฟังก์ชัน, พรม, ต้นไม้เล็ก ๆ เปิดโครงสร้าง, เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว, ท่อ/สายไฟเปลือย พืชพรรณเขตร้อน, ไม้แกะสลัก, ผ้าทอจากธรรมชาติ เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น, พื้นที่ว่าง, เน้นการซ่อนของ เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ทันสมัย, ของตกแต่งน้อยชิ้น
แสง/ช่องเปิด น้าต่างบานใหญ่ รับแสงธรรมชาติเต็มที่ ช่องเปิดขนาดใหญ่ แสงส่องทั่วถึง มีช่องลม, บานเกล็ด, หน้าต่างสูงโปร่ง หน้าต่างบานใหญ่ (แต่เรียบง่าย), เน้นแสงทางอ้อมสะท้อนมา หน้าต่างขนาดใหญ่ กระจกบานกว้าง
บรรยากาศ อบอุ่น, ผ่อนคลาย, สงบ, เชื่อมโยงธรรมชาติ ดิบ, เท่, ทันสมัย, โปร่ง, โล่ง สดชื่น, ร่มรื่น, เย็นสบาย, กลมกลืนกับธรรมชาติ สงบ, โล่ง, สะอาดตา, เป็นระเบียบเรียบร้อย ทันสมัย, เรียบหรู ดูสะอาดตา

บ้านสไตล์นอร์ดิกโดดเด่นที่ความอบอุ่นเรียบง่าย เน้นแสงธรรมชาติและวัสดุไม้ ต่างจากสไตล์อื่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ความดิบเท่ของลอฟท์ หรือความสดชื่นของทรอปิคอล

รวมไอเดียแต่งบ้านสไตล์นอร์ดิก ให้ถูกใจผู้อยู่

บ้านสไตล์นอร์ดิกเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย อบอุ่น และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ ถ้าคุณกำลังมองหาไอเดียแต่งบ้านสไตล์นี้อยู่ Frasers Property เรามีตัวอย่างที่น่าสนใจไว้เป็นไอเดีย มาให้คุณได้นำไปปรับใช้ 12 ไอเดียที่ด้านล้านนี้แล้วครับ

1. บ้านสไตล์นอร์ดิก 2 ชั้น

การออกแบบบ้านสไตล์นอร์ดิกแบบ 2 ชั้น มักเน้นความโปร่งโล่งด้วยเพดานสูงในบางส่วน หรือการใช้หน้าต่างบานใหญ่สูงจรดเพดาน เพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้ามาให้มากที่สุด ชั้นบนอาจเป็นส่วนของห้องนอนและพื้นที่ส่วนตัว ขณะที่ชั้นล่างเป็นพื้นที่รวมของครอบครัว ซึ่งการแบ่งสัดส่วนแบบนี้จะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและยังคงความโอ่อ่าของสไตล์นอร์ดิกได้อย่างลงตัว

2. บ้าน Nordic Style ชั้นเดียว

บ้านสไตล์นอร์ดิกชั้นเดียวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้งาน ไม่ต้องเดินขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ การออกแบบจะเน้นความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกอย่างใกล้ชิด ด้วยประตูบานเลื่อนกระจกที่เปิดออกสู่สวนหรือระเบียงไม้ได้ ทำให้บ้านดูกว้างขวางกว่าความเป็นจริง และให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองเหมาะกับการพักผ่อน

3. บ้านนอร์ดิกชั้นครึ่ง

บ้านนอร์ดิกชั้นครึ่ง หรือที่เรียกว่า "บ้านแบบ Split-Level" เป็นการผสมผสานระหว่างบ้านชั้นเดียวและสองชั้น โดยมีการเล่นระดับพื้นที่ใช้สอย ทำให้บ้านดูมีมิติมากขึ้น การออกแบบประเภทนี้มักใช้ประโยชน์จากหลังคาทรงจั่วสูง โดยอาจมีห้องนอน หรือมุมนั่งเล่นลอยตัวอยู่บนชั้นครึ่ง ทำให้เกิดพื้นที่ที่น่าสนใจและเป็นส่วนตัวมากขึ้น แต่ยังคงความโปร่งโล่งของพื้นที่หลัก

4. บ้านนอร์ดิกสไตล์โมเดิร์น

บ้านนอร์ดิกสไตล์โมเดิร์นเป็นการผสมผสานความเรียบง่ายและอบอุ่นของนอร์ดิกเข้ากับเส้นสายที่คมชัดและการใช้วัสดุใหม่ ๆ ของโมเดิร์น เน้นรูปทรงเรขาคณิตที่สะอาดตา การใช้วัสดุอย่างกระจก เหล็ก และไม้สีอ่อนร่วมกัน อาจมีการทำผนังคอนกรีตเปลือยบางส่วน เพื่อเพิ่มความทันสมัยแต่ยังคงความรู้สึกสบายตาแบบนอร์ดิก

5. บ้านสไตล์นอร์ดิกแบบเรียบง่าย

แนวคิดหลักของบ้านสไตล์นอร์ดิก คือ ความเรียบง่าย แต่การเน้นความเรียบง่ายยิ่งขึ้นจะยิ่งลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกไปทั้งหมด เหลือเพียงองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นเท่านั้น อีกทั้งยังเน้นการใช้สีขาวเป็นหลัก ใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นแต่มีคุณภาพสูง ปล่อยให้แสงธรรมชาติและพื้นที่ว่างเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่ง เพื่อสร้างบรรยากาศที่สงบและผ่อนคลายสูงสุด

6. บ้านสไตล์นอร์ดิก สีขาวล้วน

การใช้สีขาวล้วนเป็นธีมหลักของบ้านสไตล์นอร์ดิก ไม่เพียงแต่ช่วยให้บ้านดูสะอาดตาและกว้างขวางขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยสะท้อนแสงธรรมชาติให้กระจายไปทั่วทุกมุมห้อง ทำให้บ้านดูสว่างไสวอยู่เสมอ ทั้งนี้อาจเพิ่มการตกแต่งให้น่าสนใจด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อน พรมสีเทา หรือของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ สีสันสดใส เพื่อไม่ให้บ้านดูจืดชืดเกินไป

7. บ้านนอร์ดิก Style ญี่ปุ่น

บ้านนอร์ดิก Style ญี่ปุ่น เป็นการผสมผสานแนวคิด "Hygge" ของนอร์ดิกเข้ากับ "Wabi-Sabi" ของญี่ปุ่น ที่เน้นความเรียบง่าย ความสงบ และการใช้วัสดุธรรมชาติ เน้นเส้นสายที่สะอาดตา การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่น้อยชิ้นแต่ใช้งานได้จริง การใช้ไม้สีอ่อน โทนสีที่เป็นกลาง และการเชื่อมโยงพื้นที่ภายในกับสวนหินหรือสวนขนาดเล็กภายนอก สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลาย

8. บ้านนอร์ดิก สไตล์กระจกทรงสูงที่เน้นรับแสงธรรมชาติ

หนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของบ้านสไตล์นอร์ดิก คือ การดึงแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้านให้มากที่สุด การใช้ผนังกระจกทรงสูง หรือหน้าต่างบานใหญ่พิเศษ จะช่วยเปิดรับแสงได้อย่างเต็มที่ ทำให้บ้านดูโปร่ง โล่ง และเชื่อมโยงกับทิวทัศน์ภายนอกอย่างไม่มีอะไรกั้น นอกจากนี้ยังช่วยให้บ้านประหยัดพลังงานไฟฟ้าในช่วงกลางวันได้อีกด้วย

9. บ้านนอร์ดิกสไตล์รีสอร์ต

เป็นการนำแนวคิดบ้านนอร์ดิกมาผสมผสานกับความเป็นรีสอร์ต เน้นการสร้างบรรยากาศแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง อาจมีการจัดสวนรอบบ้านให้ร่มรื่น มีสระว่ายน้ำส่วนตัว หรือมุมนั่งเล่นภายนอกที่เชื่อมต่อกับภายในบ้าน ซึ่งยังคงการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายของนอร์ดิก แต่เพิ่มความหรูหราและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมือนอยู่ในรีสอร์ตหรู

10. ตกแต่งมุมนั่งเล่นให้ดูทันสมัย

มุมนั่งเล่นในบ้านสไตล์นอร์ดิกควรเน้นความสบายและความผ่อนคลาย โดยเลือกใช้โซฟาขนาดใหญ่บุผ้าสีอ่อนหรือผ้าถักนิตติ้ง วางคู่กับโต๊ะกลางไม้เนื้ออ่อน พรมขนสัตว์นุ่ม ๆ และหมอนอิงที่ให้สัมผัสอบอุ่น อาจเพิ่มชั้นวางหนังสือไม้เรียบ ๆ และโคมไฟดีไซน์มินิมอล เพื่อสร้างบรรยากาศที่เชื้อเชิญให้มานั่งพักผ่อนได้มากยิ่งขึ้น

11. มุมรับประทานอาหารกับโทนแสงอบอุ่น

พื้นที่รับประทานอาหารควรเป็นจุดรวมตัวของครอบครัว จึงควรเลือกโต๊ะอาหารไม้ขนาดใหญ่ที่ดูแข็งแรงทนทาน จับคู่กับเก้าอี้ดีไซน์เรียบง่ายแต่มีพนักพิงสบาย ๆ ทั้งนี้สิ่งสำคัญ คือ การเลือกใช้แสงไฟ โคมไฟแขวนเหนือโต๊ะอาหารที่ให้แสงวอร์มไวท์ (Warm White) จะช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และทำให้มื้ออาหารพิเศษยิ่งขึ้น

12. มุม Home Office สไตล์มินิมอล

มุม Home Office สไตล์มินิมอล

ในยุคที่การทำงานที่บ้านเป็นเรื่องปกติ มุม Home ออฟฟิศ สไตล์นอร์ดิกควรเน้นความเรียบง่าย ฟังก์ชันการใช้งานครบ และบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงาน โดยเลือกโต๊ะทำงานไม้สีอ่อน หรือสีขาวสะอาดตา จับคู่กับเก้าอี้ที่นั่งสบายและ ergonomic จัดวางของให้น้อยชิ้นที่สุด อาจเพิ่มต้นไม้เล็ก ๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่น และใช้แสงธรรมชาติให้มากที่สุด เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและผ่อนคลายกว่าเคย

ข้อพิจารณาในการเลือกซื้อบ้าน nordic style

การเลือกซื้อบ้านสไตล์นอร์ดิกนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีหลายปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้บ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและคุ้มค่ากับการลงทุน ดังนี้

  1. ทำเลที่ตั้งและบริบทแวดล้อม
    แม้บ้านสไตล์นอร์ดิกจะเน้นการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ แต่ก็ควรพิจารณาทำเลที่ตั้งของโครงการว่าอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นหรือไม่ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า หรือเส้นทางการคมนาคมที่สำคัญ การมีวิวธรรมชาติที่สวยงาม หรือพื้นที่สีเขียวในโครงการหรือบริเวณใกล้เคียง จะช่วยเสริมบรรยากาศของบ้านสไตล์นอร์ดิกให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

  2. การออกแบบที่ปรับให้เข้ากับสภาพอากาศไทย
    บ้านสไตล์นอร์ดิกดั้งเดิมถูกออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศหนาวเย็น ทั้งนี้การเลือกซื้อบ้านในประเทศไทยจึงควรพิจารณาว่าผู้พัฒนาได้มีการปรับดีไซน์ให้เข้ากับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยหรือไม่ เช่น การมีชายคาที่ยื่นยาวขึ้นเพื่อบังแดดและฝน การออกแบบช่องลมหรือหน้าต่างที่ช่วยระบายอากาศได้ดี การเลือกใช้วัสดุที่ระบายความร้อน หรือมีระบบฉนวนกันความร้อนที่ดี เพื่อให้บ้านเย็นสบายและประหยัดพลังงาน

  3. วัสดุและการก่อสร้าง
    ตรวจสอบคุณภาพของวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ทั้งโครงสร้าง ผนัง หลังคา พื้น และงานตกแต่งภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุประเภทไม้ที่นิยมใช้ในสไตล์นอร์ดิก ควรเป็นไม้ที่ผ่านการอบหรือบำบัดอย่างดี เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องปลวก ความชื้น หรือการบิดงอในระยะยาว รวมถึงมาตรฐานการก่อสร้างที่ได้คุณภาพ

  4. ฟังก์ชันการใช้งานและการจัดสรรพื้นที่
    โดยควรพิจารณาว่าผังบ้านและการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยนั้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของสมาชิกในครอบครัวหรือไม่ เช่น มีห้องนอนเพียงพอหรือไม่ ห้องนั่งเล่นกว้างขวางพอสำหรับกิจกรรมครอบครัวหรือไม่ มีพื้นที่ว่างในบ้านอย่างห้องอเนกประสงค์สำหรับทำงานหรือพื้นที่ว่างภายนอกไว้ทำกิจกรรมอดิเรกภายนอกบ้านไหม รวมถึงความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกสำหรับผู้ที่ต้องพื้นที่รอบบ้านมากขึ้น อย่างเช่นบ้านหลังมุม

เพราะการเลือกซื้อบ้านสไตล์นอร์ดิกที่ดีที่สุด ควรพิจารณาจากทำเลที่ตอบโจทย์ การปรับดีไซน์ให้เข้ากับสภาพอากาศ คุณภาพวัสดุ และฟังก์ชันที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคุณ

บ้านสไตล์นอร์ดิก ราคาเท่าไหร่?

ราคาบ้านสไตล์นอร์ดิกในไทยมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับทำเล พื้นที่ใช้สอย วัสดุที่ใช้ และสิ่งอำนวยความสะดวก โดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่ประมาณ 5 ล้านบาท สำหรับบ้านขนาดเล็ก หรือทาวน์โฮมสไตล์นอร์ดิก และอาจสูงถึง 15–30 ล้านบาท สำหรับบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ในโครงการระดับพรีเมียมที่มีฟังก์ชันครบครันและตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ

บอกต่อ! บ้านสไตล์นอร์ดิก พร้อมอยู่

หากคุณกำลังมองหาบ้านที่สะท้อนความเรียบง่าย อบอุ่น และกลมกลืนกับธรรมชาติในสไตล์นอร์ดิก พร้อมให้คุณเข้าอยู่ได้ทันที โครงการบ้านของ Frasers Property อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณ

บ้านสไตล์นอร์ดิก โครงการเพรสทีจ พระราม 2

บ้านสไตล์นอร์ดิก โครงการเพรสทีจ พระราม 2

เพรสทีจ พระราม 2 เป็นโครงการบ้านเดี่ยวสไตล์นอร์ดิกจาก Frasers Property ผสมผสานความเรียบหรูและอบอุ่น ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เหนือระดับบนทำเลศักยภาพย่านพระราม 2 ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเดินทางสะดวก

จุดเด่นของโครงการเพรสทีจ พระราม 2

โครงการโดดเด่นด้วยการออกแบบบ้านที่ทันสมัย เน้นความโปร่งโล่ง และการใช้แสงธรรมชาติ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันภายในโครงการ อาทิ คลับเฮาส์หรู ฟิตเนส สระว่ายน้ำระบบเกลือ สวนสาธารณะ และ ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมกล้องวงจรปิด เพื่อให้คุณและครอบครัวได้ใช้ชีวิตอย่างอุ่นใจและมีความสุข

พื้นที่ใช้สอย

บ้านสไตล์นอร์ดิก โครงการเพรสทีจ พระราม 2 (02)

บ้านในโครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการอยู่อาศัยอย่างสะดวกสบาย ด้วยพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นราว 182 ตารางเมตร พร้อมฟังก์ชันครบครัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ รองรับทุกการใช้ชีวิตของครอบครัว และมีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับทำกิจกรรมร่วมกันอย่างเต็มที่ในทุกวัน

การเดินทาง

โครงการตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกสบายบนถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นถนนสายหลัก สามารถเชื่อมต่อสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วผ่านทางด่วนเฉลิมมหานคร และ ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกตะวันตก) 

สถานที่ใกล้โครงการนี้

เพรสทีจ พระราม 2 รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าชั้นนำอย่าง เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2, โฮมโปร พระราม 2, บิ๊กซี พระราม 2 และโรงพยาบาลชั้นนำ อาทิ โรงพยาบาลบางมด, โรงพยาบาลนครธน รวมถึงสถานศึกษาคุณภาพหลายแห่ง ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างสะดวกสบาย

ราคาของโครงการเพรสทีจ พระราม 2

บ้านสไตล์นอร์ดิก โครงการเพรสทีจ พระราม 2 (03)

ราคาจำหน่ายเริ่มต้นประมาณ 5–8 ล้านบาท โดยมีความแตกต่างตามแบบบ้านและขนาดแปลงที่ดินในแต่ละยูนิต

อ่านข้อมูลโครงการแบบเต็ม https://home.frasersproperty.co.th/house/prestige-rama2

ข้อเสียของบ้านสไตล์นอร์ดิก มีอะไรบ้าง?

บ้านสไตล์นอร์ดิก มีข้อเสียอะไร? แม้บ้านสไตล์นอร์ดิกจะมีเสน่ห์ดึงดูดใจ แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกสไตล์นี้

  • บ้านสไตล์นอร์ดิกมีจุดเด่นในการออกแบบเพื่อรับแสงและสร้างความอบอุ่น เหมาะกับภูมิประเทศที่มีอากาศหนาวและแสงแดดน้อย อย่างในแถบยุโรปเหนือ อย่างไรก็ตาม เมื่อนำสไตล์นี้มาใช้ในประเทศไทยซึ่งมีอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปี หากไม่ได้ปรับให้เหมาะสม เช่น เพิ่มชายคาที่ยื่นยาวขึ้น ออกแบบระบบระบายอากาศให้ดี หรือเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ช่วยป้องกันความร้อน อาจทำให้ภายในบ้านร้อนอบอ้าวและอยู่ไม่สบายได้

  • การใช้วัสดุไม้จริง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของบ้านสไตล์นอร์ดิก อาจมีราคาสูง รวมถึงการดูแลรักษาไม้ให้คงทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้นและปลวกก็เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเช่นกัน

  • มีความเป็นส่วนตัวน้อย เนื่องจากบ้านสไตล์นอร์ดิกนิยมใช้หน้าต่างบานใหญ่และผนังกระจกจำนวนมาก เพื่อรับแสงธรรมชาติและเปิดรับวิวภายนอก หากทำเลที่ตั้งของบ้านอยู่ในพื้นที่ที่มีเพื่อนบ้านใกล้ชิด อาจส่งผลต่อความเป็นส่วนตัวและต้องลงทุนเพิ่มในการติดตั้งม่านหรือฟิล์มกรองแสงในอนาคต

  • ด้วยแนวคิดที่เน้นความเรียบง่าย ลดทอนรายละเอียด และการใช้โทนสีกลาง ๆ บางคนอาจรู้สึกว่าบ้านสไตล์นอร์ดิกขาดความหรูหราอลังการ หรือสีสันที่โดดเด่นได้

แชร์! แนวทางการดูแลรักษา

เพื่อให้ บ้าน Nordic Style ของคุณสวยงามและคงทนอยู่คู่กับคุณไปนาน ๆ การดูแลรักษาที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ

1. แนวทางการดูแลรักษาวัสดุไม้

ด้วยความที่ “ไม้” ถือเป็นวัสดุหลักของบ้านสไตล์นอร์ดิก การดูแลจึงต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ แนะนำให้เลือกใช้ไม้ที่ผ่านกระบวนการอบแห้งและเคลือบสารป้องกันปลวกและเชื้อราตั้งแต่เริ่มต้น สำหรับงานไม้ภายนอก และควรทาน้ำยาเคลือบไม้หรือสีย้อมไม้ที่สามารถทนต่อแดดและฝนได้ดี ซ้ำทุก 2–3 ปี เพื่อคงความแข็งแรงของเนื้อไม้และความสวยงามของสีให้ดูใหม่อยู่เสมอ และที่สำคัญควรตรวจเช็กสภาพไม้เป็นประจำ หากพบรอยผุพังหรือสัญญาณของปลวก ควรรีบซ่อมแซมทันที เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง

2. แนวทางการดูแลระบบระบายอากาศ

แนวทางการดูแลระบบระบายอากาศ

เพื่อให้บ้านเย็นสบายและลดความชื้นภายในบ้าน ควรหมั่นตรวจสอบและทำความสะอาดช่องลม หน้าต่างบานเกล็ด และช่องระบายอากาศต่าง ๆ เป็นประจำ เพื่อไม่ให้มีสิ่งอุดตันที่ขัดขวางการไหลเวียนของอากาศ หากบ้านมีระบบปรับอากาศ ก็ควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศอย่างสม่ำเสมอ และอาจพิจารณาติดตั้งพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำหรือห้องครัวเพื่อช่วยระบายความชื้นและกลิ่น

3. แนวทางการดูแลหน้าต่างและช่องแสงขนาดใหญ่

หน้าต่างและช่องแสงขนาดใหญ่ซึ่งเป็นจุดเด่นของบ้านสไตล์นอร์ดิก ควรได้รับการทำความสะอาดเป็นประจำ เพื่อให้รับแสงได้เต็มที่และคงความสวยงามอยู่เสมอ อาจใช้ผ้าม่านโปร่งแสงเพื่อช่วยกรองแสงและเพิ่มความเป็นส่วนตัวในช่วงกลางวัน และใช้ผ้าม่านทึบแสงในช่วงกลางคืนเพื่อกันความร้อนและเพิ่มความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้การติดตั้งฟิล์มกรองแสงชนิดกันความร้อนก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีในการลดอุณหภูมิภายในบ้านโดยไม่บดบังทัศนียภาพ

คำถามที่เราพบบ่อย

บ้านสไตล์นอร์ดิก เหมาะกับอากาศในเมืองไทยไหม?

บ้านสไตล์นอร์ดิกสามารถปรับให้เหมาะกับอากาศในเมืองไทยได้ โดยเน้นการออกแบบที่คำนึงถึงการระบายอากาศที่ดี เช่น เพิ่มชายคายื่นยาวเพื่อกันแดดกันฝน ติดตั้งหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับลมได้เต็มที่ หรือใช้บานเกล็ดเพื่อช่วยถ่ายเทอากาศ และเลือกใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติช่วยลดความร้อนภายในบ้าน เช่น ฉนวนกันความร้อนบนหลังคาหรือผนัง

บ้านสไตล์นอร์ดิกควรเลือกหลังคาสีอะไร?

โดยทั่วไปแล้ว บ้านสไตล์นอร์ดิกนิยมใช้หลังคาสีเข้ม เช่น สีดำ สีเทาเข้ม หรือสีน้ำตาลเข้ม เพื่อสร้างความตัดกันกับผนังบ้านสีอ่อน และช่วยให้บ้านดูโดดเด่น มีมิติ อย่างไรก็ตามการเลือกสีหลังคาควรพิจารณาถึงชนิดของวัสดุมุงหลังคา และการสะท้อนความร้อนด้วย หากเป็นไปได้ควรเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนเพื่อช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้าน

บ้านนอร์ดิกมีจั่วกี่องศา

บ้านสไตล์นอร์ดิกมักมีหลังคาทรงจั่วที่ค่อนข้างสูงชัน โดยทั่วไปมุมของจั่วอาจอยู่ที่ประมาณ 45-60 องศา หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการออกแบบและฟังก์ชันการใช้งานของพื้นที่ใต้หลังคา การทำหลังคาให้ชันเช่นนี้ นอกจากความสวยงามแล้ว ยังช่วยในการระบายน้ำฝนได้ดี และสามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยใต้หลังคาได้อีกด้วย

ทำไมบ้านทรงนอร์ดิกถึงร้อน เกิดจากอะไร? แก้ไขอย่างไรดี

ทำไมบ้านทรงนอร์ดิกถึงร้อน

บ้านทรงนอร์ดิกที่ร้อนเกิดจากการออกแบบที่เน้นรับแสงและความอบอุ่น ซึ่งอาจไม่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย เนื่องจาก

  1. ได้รับแสงแดดโดยตรงมากเกินไป ผ่านหน้าต่างและช่องเปิดขนาดใหญ่
  2. ขาดระบบระบายอากาศที่ดี ทำให้ความร้อนสะสมอยู่ภายใน
  3. การเลือกใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสม หรือไม่มีฉนวนกันความร้อน

แนวทางการแก้ไข

  • เพิ่มชายคาหรือกันสาดให้ยาวขึ้นเพื่อบังแดดและฝนโดยตรง
  • ติดตั้งฉนวนกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพบริเวณหลังคาและผนัง
  • เพิ่มช่องระบายอากาศ ติดตั้งพัดลมดูดอากาศ หรือใช้หน้าต่างที่เปิดรับลมได้กว้าง
  • เปลี่ยนมาใช้กระจก Low-E หรือกระจกสองชั้น เพื่อลดการนำความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน
  • ปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาบริเวณรอบบ้าน เพื่อช่วยลดอุณหภูมิภายนอก
  • เลือกใช้ม่านกรองแสง หรือฟิล์มกรองแสงสำหรับกระจกเพื่อลดความร้อนที่เข้ามา

สรุป

บ้านสไตล์นอร์ดิกเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเรียบง่าย อบอุ่น และการออกแบบที่เน้นฟังก์ชันการใช้งาน แม้จะมีข้อควรพิจารณาเรื่องการปรับให้เข้ากับสภาพอากาศไทย แต่ด้วยแนวทางการออกแบบและดูแลรักษาที่เหมาะสม คุณก็สามารถมีบ้านสไตล์นี้ที่สวยงามและอยู่สบายได้เช่นกัน

หากคุณกำลังมองหาบ้านใหม่พร้อมอยู่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบนอร์ดิก พร้อมการออกแบบที่ใส่ใจและคุณภาพที่เชื่อถือได้ Frasers Property มีบ้านเดี่ยวโครงการใหม่ที่หลากหลายพร้อมให้คุณเลือกสรร เพื่อสร้างสรรค์บ้านในฝันของคุณ ติดต่อสอบถามข้อมูลบ้านกับเรา call: 1520 หรือทาง Line: @frasershome และ Facebook: Frasers Property Home