ในยุคที่ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ การมีเครื่องมือคอยเฝ้าระวังจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม กล้องวงจรปิดจึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของบ้านยุคปัจจุบัน ไม่เพียงช่วยบันทึกเหตุการณ์ แต่ยังทำหน้าที่เป็นด่านแรกในการยับยั้งความเสี่ยงและป้องปรามอาชญากรรมได้
บทความนี้ Frasers Property จะพาคุณไปรู้จักประเภทของกล้อง ประโยชน์ที่ได้รับ และแนวทางเลือกกล้องวงจรปิดที่เหมาะกับบ้านของคุณกัน

ทำไมบ้านต้องติดตั้งกล้องวงจรปิด?
กล้องวงจรปิดไม่ได้มีไว้เพียงบันทึกเหตุการณ์หลังเกิดเหตุ แต่ยังทำหน้าที่สำคัญในการเสริมความปลอดภัยเชิงป้องกัน เพราะการมีกล้องช่วยเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง จะทำให้เจ้าของบ้านตรวจสอบความเคลื่อนไหวภายใน–ภายนอกบ้านได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ
อีกทั้งยังเป็นปัจจัยทางจิตวิทยาที่ช่วยป้องปรามผู้ไม่หวังดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ภาพบันทึกจากกล้องจะยังทำหน้าที่เป็นหลักฐานสำคัญทางกฎหมายที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่คลี่คลายเหตุการณ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย
ทำความรู้จัก ประเภทของกล้องวงจรปิด
เพื่อให้การติดตั้งกล้องวงจรปิดมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรทำความรู้จักกับประเภทของกล้องหลัก ๆ ซึ่งมีทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ กล้องแบบอนาล็อก, กล้องแบบ IP, กล้องแบบ AHD/TVI/CVI, และกล้องไร้สาย (Wi-Fi) ซึ่งจะมีความแตกต่างกัน ดังนี้
1. กล้องวงจรปิดระบบ IP (IP Camera)
กล้อง IP เป็นกล้องที่ใช้สัญญาณดิจิทัลและส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (LAN/Wi-Fi) โดยตรง ให้ภาพที่มีความละเอียดสูงระดับ HD ถึง 4K และสามารถบันทึกข้อมูลไปยัง Cloud หรือ NVR ได้
จุดเด่นของประเภทนี้
- ให้ภาพคมชัดสูงมาก สามารถซูมรายละเอียดใบหน้าและป้ายทะเบียนได้ชัดเจน
- ยืดหยุ่นในการติดตั้ง ไม่จำเป็นต้องเดินสายไฟเลี้ยงและสายสัญญาณแยกกัน (ใช้ PoE ได้)
- มีฟังก์ชันอัจฉริยะในตัว เช่น การตรวจจับความเคลื่อนไหว และการนับคน
เหมาะกับติดจุดไหน
เหมาะสำหรับติดในบริเวณที่ต้องการความชัดเจนสูงมาก เช่น ประตูรั้วทางเข้าหลัก โรงจอดรถที่ต้องการบันทึกป้ายทะเบียน หรือบริเวณเก็บทรัพย์สินภายในบ้าน
2. กล้องวงจรปิดระบบอนาล็อก (Analog Camera)
เป็นเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดแบบดั้งเดิมที่ใช้สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) ในการส่งสัญญาณภาพไปยังเครื่องบันทึก (DVR) เหมาะสำหรับงานที่ไม่ต้องการความคมชัดสูงมากนัก และมีราคาประหยัด
จุดเด่นของประเภทนี้
- มีราคาเริ่มต้นต่ำที่สุด ทำให้ประหยัดงบประมาณในการติดตั้งได้มาก
- มีความเสถียรในการส่งสัญญาณสูงมาก เนื่องจากใช้การเชื่อมต่อแบบมีสายโดยตรง
- มีการใช้งานและบำรุงรักษาไม่ซับซ้อน ช่างทั่วไปต่างคุ้นเคยกับระบบนี้ดี
เหมาะกับติดจุดไหน
เหมาะสำหรับโรงงานขนาดเล็ก โกดังสินค้า หรือพื้นที่ที่ต้องการแค่การมอนิเตอร์ภาพรวมและมีงบประมาณจำกัด
3. กล้องวงจรปิดระบบ AHD/TVI/CVI (Hybrid HD Camera)
เป็นเทคโนโลยีกล้องแบบ HD ที่ส่งสัญญาณผ่านสายโคแอกเชียลเช่นเดียวกับอนาล็อก แต่ให้ภาพที่คมชัดระดับ HD/Full HD/4K โดยไม่ต้องเปลี่ยนสายเดิม ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการอัพเกรดระบบเก่า
จุดเด่น
- ให้ภาพคมชัดระดับ HD แต่ใช้สายติดตั้งแบบดั้งเดิม ทำให้ประหยัดค่าเดินสาย
- สัญญาณภาพไม่มีดีเลย์ (Lag) เหมือนกล้อง IP บางรุ่น
- สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องบันทึกแบบ DVR เดิมได้ หากเครื่องบันทึกรองรับระบบ Hybrid
เหมาะกับติดจุดไหน
เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการอัพเกรดกล้องอนาล็อกเดิมให้คมชัดขึ้น โดยไม่ต้องรื้อระบบสายเก่า หรือพื้นที่ที่ต้องการความคมชัดสูงแต่ไม่ต้องการความซับซ้อนของระบบเครือข่าย
4. กล้องวงจรปิดแบบไร้สาย (Wi-Fi/Wireless Camera)
กล้องที่ใช้การเชื่อมต่อสัญญาณผ่าน Wi-Fi เพื่อส่งข้อมูลภาพและเสียงไปยังเครื่องบันทึกหรือ Cloud Storage โดยตรง ทำให้การติดตั้งรวดเร็วและไม่จำเป็นต้องเดินสายสัญญาณให้ยุ่งยาก
จุดเด่นของประเภทนี้
- ติดตั้งง่ายและรวดเร็วที่สุด สามารถติดตั้งได้เองโดยไม่ต้องจ้างช่างเดินสาย
- มีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนตำแหน่งกล้องได้ตลอดเวลาตามการใช้งาน
- บางรุ่นมีแบตเตอรี่ในตัว สามารถทำงานได้แม้ในขณะที่ไฟฟ้าดับ
เหมาะกับติดจุดไหน
เหมาะสำหรับพื้นที่ที่เดินสายยาก เช่น มุมที่อยู่ไกลจากเครื่องบันทึก บริเวณภายในอาคารที่ไม่ต้องการเห็นสายไฟ หรือติดชั่วคราวเพื่อมอนิเตอร์สถานการณ์เฉพาะกิจ

การติดตั้งกล้องวงจรปิดดียังไง?
ประโยชน์ของการติดตั้งกล้องวงจรปิดมีมากกว่าแค่การเฝ้าระวังภัย แต่ยังช่วยให้คุณได้มาซึ่งความอุ่นใจในการใช้ชีวิต เพราะสามารถตรวจสอบความปลอดภัยของบ้านได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านมือถือ โดยกล้องจะทำหน้าที่เป็นพยานหลักฐานสำคัญในทางคดี หากเกิดเหตุโจรกรรมหรืออุบัติเหตุใด ๆ ภาพบันทึกจะช่วยยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่างแม่นยำ
สิ่งต้องรู้ก่อนติดตั้งกล้องวงจรปิด

ก่อนเริ่มเจาะผนังหรือเดินสายไฟ มีหลักสำคัญที่ควรรู้เพื่อให้การติดตั้งเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ อันดับแรกคือเรื่องกฎหมายความเป็นส่วนตัว (PDPA) ที่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามุมกล้องไม่ล้ำเข้าไปยังพื้นที่ส่วนบุคคลของเพื่อนบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นวางแผนผังจุดติดตั้งให้ครอบคลุมทุกมุมที่ต้องการ พร้อมพิจารณาตำแหน่งของแหล่งจ่ายไฟและสัญญาณเพื่อการใช้งานที่เสถียร สุดท้ายประเมินสภาพแสงของพื้นที่ หากเป็นจุดที่มืดมาก ควรเลือกกล้องที่มีฟังก์ชันอินฟราเรด (IR) หรือ Starlight เพื่อให้ได้ภาพคมชัดแม้ในเวลากลางคืน
อุปกรณ์ที่เตรียมในการติดตั้งกล้องวงจรปิด
ในการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดให้สมบูรณ์และพร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง มีอุปกรณ์พื้นฐานที่คุณต้องเตรียมมีดังนี้
- ตัวกล้องวงจรปิด (CCTV Camera) มีหลายชนิด เช่น Analog HD, IP Camera และ Wireless เลือกให้เหมาะกับพื้นที่และงบประมาณ
- เครื่องบันทึกภาพ (DVR/NVR) โดย DVR จะใช้สำหรับกล้อง Analog และ NVR ใช้สำหรับกล้อง IP ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบันทึกและประมวลผล
- ฮาร์ดดิสก์ (HDD) ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูลภาพจากกล้อง ซึ่งสามารถเลือกขนาดความจุตามระยะเวลาที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลย้อนหลัง
- สายสัญญาณ (Cabling) อาทิ สาย Coaxial (RG6) สำหรับกล้อง Analog หรือ สาย LAN (CAT5e/CAT6) สำหรับกล้อง IP (บางระบบรองรับ PoE ซึ่งจ่ายไฟและข้อมูลในสายเดียว)
- อุปกรณ์จ่ายไฟเลี้ยง (Adapter/Power Supply) สำหรับแปลงไฟ 220V เป็น 12V ให้กับตัวกล้องและเครื่องบันทึก
- จอแสดงผล (Monitor) สำหรับดูภาพสดและตั้งค่าระบบ
ขั้นตอนการติดตั้งกล้องวงจรปิด

การติดตั้งกล้องวงจรปิดอย่างมีประสิทธิภาพสามารถสรุปเป็น 2 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
-
วางแผนและเตรียมการติดตั้ง
เริ่มต้นจากการสำรวจและกำหนดตำแหน่งติดตั้งกล้อง ให้ครอบคลุมจุดที่ต้องการเฝ้าระวังสูงสุด เช่น ประตูทางเข้า-ออก หรือจุดอับสายตา จากนั้นจึงวางแผนเส้นทางการเดินสาย เพื่อให้ง่ายต่อการติดตั้งและซ่อนสายเพื่อความสวยงามและปลอดภัย -
ติดตั้งและตั้งค่าระบบ
เมื่อกำหนดจุดได้แล้วจึงทำการเจาะและยึดกล้องเข้ากับผนังหรือเพดาน และติดตั้งเครื่องบันทึก (DVR/NVR) ในจุดที่เหมาะสมแล้ว จากนั้นให้เชื่อมต่อสายสัญญาณและแหล่งจ่ายไฟแล้วเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย คือ การตั้งค่าระบบซอฟต์แวร์ และการเชื่อมต่อให้สามารถดูกล้องผ่านมือถือได้
ราคาการติดตั้งกล้องวงจรปิดเท่าไหร่?
ราคาการติดตั้งกล้องวงจรปิดอาจแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์ รูปแบบการเดินสาย และความซับซ้อนของงาน โดยทั่วไปผู้ให้บริการมักประเมินราคาเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่
-
ค่าแรงติดตั้งต่อจุด
โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 1,500 บาทต่อกล้อง 1 จุด (ยังไม่รวมค่าอุปกรณ์และสายสัญญาณ) หากต้องเดินสายร้อยท่อ PVC ราคาจะสูงกว่าการเดินสายแบบเปลือยหรือเดินแบบตีกิ๊บ เนื่องจากใช้เวลาและวัสดุมากกว่า -
ราคารวมชุดพร้อมติดตั้ง (Package)
สำหรับชุดกล้อง 4 ตัว พร้อมเครื่องบันทึก อุปกรณ์ครบชุด และค่าแรงติดตั้ง ราคามักเริ่มต้นที่ประมาณ 16,900 – 19,900 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ความละเอียดของกล้อง และฟังก์ชันเพิ่มเติมที่เลือกใช้
ซื้อกล้องวงจรปิด อย่างไรดี? ข้อพิจารณาในการเลือกให้เหมาะกับบ้าน
การเลือกกล้องวงจรปิดที่เหมาะสมต้องคำนึงถึงปัจจัยหลักหลายด้านเพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนและคุ้มค่าที่สุด อาทิ
-
ความละเอียดของภาพ: โดยควรเลือกความละเอียดตั้งแต่ 2 ล้านพิกเซล (Full HD) ขึ้นไป เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดเพียงพอต่อการระบุใบหน้าและป้ายทะเบียน
-
ประเภทของกล้องและระบบ: ควรพิจารณาเลือกระบบ IP Camera หรือระบบอนาล็อก HD (AHD) ให้สอดคล้องกับงบประมาณและความต้องการในการเชื่อมต่อระยะไกล
-
คุณสมบัติการมองเห็นในเวลากลางคืน: ควรตรวจสอบระยะอินฟราเรด (IR) และฟังก์ชัน Starlight หรือ Color Night Vision เพื่อให้มองเห็นภาพสีในที่มืดสนิทได้
-
มาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น: สำหรับการติดตั้งภายนอกอาคาร จึงควรเลือกกล้องที่มีมาตรฐาน IP65/IP66 ขึ้นไป เพื่อความทนทานต่อทุกสภาพอากาศ
สรุป
ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเริ่มต้นจากการวางแผนที่แม่นยำ โดยคุณควรให้ความสำคัญกับการเลือกอุปกรณ์ที่มีคุณภาพเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ทั้งด้านความละเอียดของภาพและมาตรฐาน IP รวมถึงการติดตั้งและเดินสายอย่างถูกวิธี ถึงแม้การลงทุนในกล้องวงจรปิดจะมีค่าใช้จ่ายที่หลากหลายตามความซับซ้อนของระบบ แต่ถือเป็นก้าวสำคัญและคุ้มค่าที่สุดในการยกระดับความปลอดภัย พร้อมสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคนในครอบครัว
Frasers Property ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นหัวใจหลักในการออกแบบบ้านทุกหลัง สามารถสอบถามรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม เพื่อเลือกบ้านคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้ที่ โทร 1520 หรือ LINE: @frasershome