หลังคาบ้าน แบบไหนดี? 7 แบบหลังคายอดฮิต [บอกข้อดี-ข้อเสีย]

“หลังคา” ไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้บ้านดูสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นด่านแรกที่ช่วยปกป้องบ้านจากแสงแดด ฝน ลม และทุกสภาพอากาศที่ต้องเผชิญในแต่ละวัน การเลือกหลังคาบ้านเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่สุดของการสร้างบ้าน การทำความรู้จักกับองค์ประกอบสำคัญของหลังคาที่ควรรู้ก่อนเลือก  รวมถึงประเภทวัสดุยอดนิยม พร้อมข้อดีข้อเสียแบบที่เข้าใจง่าย ช่วยให้คุณเลือกหลังคาที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน และงบประมาณของคุณได้อย่างมั่นใจมากที่สุด

รู้จัก! หลังคาบ้าน มากขึ้น

ภาพ หลังคาบ้าน

หลังคาบ้าน เป็นองค์ประกอบที่อยู่บนสุดของอาคาร มีหน้าที่หลักในการป้องกันโครงสร้างบ้าน ผู้อยู่อาศัย และทรัพย์สินภายในจากปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดด ฝน ลม และความร้อน ซึ่งประกอบด้วยส่วนหลัก ๆ คือ โครงสร้าง (Truss) ที่รองรับน้ำหนัก และวัสดุมุง (Roofing Material) ที่สัมผัสกับสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมภายนอกโดยตรง

การเลือกหลังคาบ้านสำคัญแค่ไหน?

การเลือกหลังคาบ้านที่ดี คือการวางรากฐานให้บ้านมีอายุการใช้งานที่ยาวนานและคุ้มค่าที่สุด เพราะหลังคาไม่เพียงเป็นการลงทุนครั้งเดียวที่อยู่กับบ้านไปหลายสิบปี แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อาทิ ช่วยประหยัดพลังงาน เพราะหลังคาที่มีคุณภาพช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง จึงช่วยลดค่าไฟในระยะยาวได้

ในทางกลับกัน หากเลือกวัสดุที่ไม่เหมาะสม หรือติดตั้งโดยทีมงานที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ อาจทำให้เกิดปัญหารั่วซึม ส่งผลต่อโครงสร้าง และนำไปสู่ค่าซ่อมแซมที่สูงเกินจำเป็น ดังนั้นการให้ความสำคัญกับการเลือกประเภทหลังคา วัสดุที่เหมาะสม รวมถึงผู้รับเหมาที่ได้มาตรฐาน จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างบ้านที่มั่นคง ปลอดภัย และคงความน่าอยู่ได้ยาวนานในอีกหลายปีข้างหน้า

7 แบบหลังคาบ้านยอดฮิตในไทย 2026

7 แบบหลังคาบ้านยอดฮิตในไทย

เพื่อช่วยให้คุณตอบคำถาม หลังคาบ้านแบบไหนดี? เราได้รวบรวมแบบหลังคาที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดในประเทศไทยมาให้คุณเปรียบเทียบทั้งหมด 7 แบบ ดังนี้

1. หลังคาบ้านแบบทรงจั่ว

หลังคาบ้านแบบทรงจั่ว เป็นรูปทรงพื้นฐานที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลก มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่าหรือจั่วแหลม ที่มีการระบายอากาศใต้หลังคาได้ดี และเหมาะกับสภาพอากาศในไทย

จุดเด่น

  • ระบายน้ำฝนและระบายความร้อนได้ดีที่สุดตามหลักอากาศพลศาสตร์
  • มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน ทำให้ง่ายต่อการติดตั้งและซ่อมบำรุง
  • สามารถติดตั้งช่องระบายอากาศใต้หลังคาได้ง่าย ช่วยลดความร้อนสะสม

ข้อเสีย

  • มุมหลังคาที่สูงอาจมีปัญหารั่วซึมบริเวณรอยต่อหากติดตั้งไม่ดี
  • ไม่ทนทานต่อแรงลมปะทะที่รุนแรงเท่าทรงอื่นในพื้นที่โล่ง
  • ภาพลักษณ์อาจดูเป็นแบบดั้งเดิม ไม่ทันสมัยเท่าทรงโมเดิร์น

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการหลังคาที่มีประสิทธิภาพสูงในการรับมือกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ใช้งานง่าย งบประมาณไม่สูงมาก และต้องการรูปทรงที่คลาสสิก ดูเป็นมาตรฐานบ้านทั่วไป

2. หลังคาบ้านแบบทรงเพิงหมาแหงน

หลังคาบ้านแบบทรงเพิงหมาแหงน เป็นหลังคาที่มีระนาบเดียวลาดเอียงไปทางใดทางหนึ่งอย่างชัดเจน ถือเป็นรูปแบบที่เรียบง่ายที่สุดและเหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์น

จุดเด่น

  • รูปทรงทันสมัย เรียบง่าย เข้ากับบ้านสไตล์ Minimal หรือ Modern ได้ดี
  • ติดตั้งได้ง่ายและรวดเร็ว ประหยัดโครงสร้างเมื่อเทียบกับทรงซับซ้อน
  • ช่วยให้ระบายน้ำฝนไปในทิศทางที่กำหนดได้อย่างรวดเร็ว

ข้อเสีย

  • ทิศทางการลาดเอียงมีความสำคัญมาก หากองศาต่ำไปอาจเกิดน้ำไหลย้อนหรือรั่วซึมได้ง่าย
  • ไม่มีพื้นที่ใต้หลังคาสำหรับระบายความร้อน ทำให้บ้านอาจร้อนกว่าทรงจั่ว
  • หากช่วงความยาวหลังคามาก อาจต้องใช้คานขนาดใหญ่และวัสดุมุงที่ต่อเนื่อง

เหมาะกับใครบ้าง

เหมาะกับผู้อยู่อาศัยที่ชอบบ้านสไตล์โมเดิร์น หรือสไตล์ลอฟท์ ที่ต้องการความเรียบง่ายและดูไม่ซับซ้อน รวมถึงผู้ที่ต้องการงบประมาณการก่อสร้างโครงหลังคาที่ไม่สูงจนเกินไป

3. หลังคาบ้านแบบทรงแบน

หลังคาบ้านแบบทรงแบน คือ หลังคาที่มีความลาดเอียงน้อยมากหรือไม่มีเลยในระดับสายตา มักนิยมใช้ในอาคารพาณิชย์ หรือบ้านสไตล์โมเดิร์นลอฟท์

จุดเด่น

  • ใช้เป็นพื้นที่ใช้สอยเพิ่มเติมได้ เช่น สวนดาดฟ้า หรือระเบียงพักผ่อน
  • ช่วยซ่อนระบบงานต่าง ๆ ของหลังคาได้อย่างแนบเนียน ให้ความสวยงามแบบ Minimal
  • ลดความสูงของตัวบ้าน ทำให้ภาพรวมดูทันสมัยและเป็นกล่องสี่เหลี่ยม

ข้อเสีย

  • ปัญหาน้ำขังและรั่วซึมเป็นเรื่องที่พบบ่อยที่สุด จึงต้องดูแลระบบระบายน้ำอย่างดี
  • ได้รับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง ทำให้ชั้นบนของบ้านร้อนจัด
  • ต้องใช้วัสดุกันซึมที่มีคุณภาพสูงและมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษามากกว่าปกติ

เหมาะกับใครบ้าง

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดีไซน์ที่เน้นความทันสมัยขั้นสูงหรือสไตล์ลอฟท์อย่างชัดเจน และต้องการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดาดฟ้าเป็นระเบียงพักผ่อนหรือพื้นที่จัดสวนภายนอก

4. หลังคาบ้านแบบทรงปั้นหยา

หลังคาบ้านแบบทรงปั้นหยา เป็นรูปทรงที่มีด้านลาดเอียงลงมาทั้งสี่ด้านมาบรรจบกันที่สันหลังคาด้านบน ให้ภาพลักษณ์ที่มั่นคงแข็งแรงและหรูหรา

จุดเด่น

  • ป้องกันแดดและฝนได้ดีจากทุกทิศทาง จึงทนทนต่อแรงลมปะทะ
  • ให้ความสวยงามสมมาตรและเรียบหรู เข้าได้กับบ้านหลายสไตล์
  • มีช่องว่างใต้หลังคาสำหรับช่วยระบายความร้อนได้ดี

ข้อเสีย

  • โครงสร้างมีความซับซ้อนมากกว่าทรงจั่ว ทำให้ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสูงขึ้น
  • การติดตั้งและการซ่อมแซมมีความยากกว่า เนื่องจากมีรอยต่อและสันหลังคาหลายจุด
  • ต้องอาศัยช่างที่มีความชำนาญในการเข้ามุมหลังคาเพื่อป้องกันการรั่วซึม

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ หรือบ้านสไตล์รีสอร์ตที่ต้องการความสง่างามมั่นคง และผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งที่มีโอกาสเกิดลมพายุบ่อยครั้ง

5. หลังคาบ้านแบบทรงมะนิลา

หลังคาบ้านแบบทรงมะนิลา คือ การนำหลังคาทรงจั่วสองผืนมาชนกันหรือไขว้กันเป็นรูปตัว L หรือตัว T ทำให้เกิดรูปทรงที่ดูมีมิติและซับซ้อนมากขึ้น

จุดเด่น

  • ช่วยให้บ้านมีมิติทางสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจและโดดเด่นไม่ซ้ำใคร
  • สามารถแยกโซนการใช้งานของพื้นที่ต่าง ๆ ภายในบ้านได้ด้วยรูปทรงหลังคา ที่มีมิติ และมีบริเวณแบ่งโซนชัดเจน
  • ยังคงรักษาคุณสมบัติการระบายความร้อนและการระบายน้ำที่ดีของทรงจั่วไว้ได้

ข้อเสีย

  1. จุดบรรจบกันของหลังคาทั้งสองส่วนเป็นจุดเสี่ยงต่อการรั่วซึมสูง
  2. ต้องใช้ช่างที่มีความละเอียดและประสบการณ์ในการติดตั้งบริเวณร่องน้ำ
  3. มีปริมาณวัสดุและโครงสร้างที่ต้องใช้มากกว่าทรงจั่วแบบปกติ

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับบ้านขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีผังบ้านเป็นรูปตัว L หรือต้องการแบ่งแยกฟังก์ชันบ้านอย่างชัดเจน เช่น แยกปีกส่วนห้องนอนออกจากปีกส่วนห้องนั่งเล่นหรือครัว เป็นต้น

6. หลังคาบ้านแบบทรงปีกผีเสื้อ

หลังคาบ้านแบบทรงปีกผีเสื้อ คือ หลังคาที่มีลักษณะลาดเอียงเข้าหากันตรงกลางเป็นรูปตัว V เหมือนปีกผีเสื้อที่กางออก ให้ความรู้สึกทันสมัยและโฉบเฉี่ยวเป็นอย่างมาก

จุดเด่น

  • รูปทรงสะดุดตา โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เหมาะกับบ้านดีไซน์แปลกใหม่ 
  • ช่วยให้รับแสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้านได้มากขึ้นจากด้านที่สูงขึ้น
  • สามารถรวบรวมน้ำฝนไว้ที่ร่องกลางเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้

ข้อเสีย

  1. มีปัญหาน้ำขังที่ร่องกลางได้ง่าย หากระบบระบายน้ำอุดตันจะรั่วซึมได้ง่ายมาก ๆ 
  2. โครงสร้างซับซ้อนและมีราคาแพงในการก่อสร้าง
  3. การซ่อมบำรุงหรือทำความสะอาดร่องน้ำตรงกลางอาจทำได้ยาก

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น แปลกใหม่ และไม่ซ้ำใคร รวมถึงผู้ที่ใส่ใจเรื่องการรวบรวมน้ำฝนเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันหรือรดน้ำต้นไม้

7. หลังคาบ้านแบบทรงกลม

หลังคาบ้านแบบทรงกลม มักพบในอาคารที่มีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรม เช่น โบสถ์ หอคอย หรือบ้านที่ต้องการความแปลกใหม่ ซึ่งโครงสร้างจะมีลักษณะโค้งมน ไร้เหลี่ยมมุม

จุดเด่น

  • ทนทานต่อแรงลมปะทะสูงมาก เนื่องจากไม่มีเหลี่ยมมุมให้ลมจับ
  • สร้างความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมที่น่าประทับใจและดูอ่อนช้อย
  • มีการไหลเวียนอากาศภายในพื้นที่ใต้หลังคามีประสิทธิภาพ

ข้อเสีย

  1. ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสูงมาก เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างเหล็กดัดพิเศษ
  2. ต้องใช้วัสดุมุงที่มีความยืดหยุ่นสูง หรือต้องตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ซึ่งทำให้มีค่าติดตั้งที่สูง
  3. การหาผู้รับเหมาที่มีความชำนาญในการสร้างทรงกลมอาจทำได้ยาก

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับอาคารที่ไม่ใช่บ้านพักอาศัยทั่วไป หรือเจ้าของบ้านที่มีงบประมาณสูงมากและต้องการบ้านที่มีเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใครจริง ๆ

ข้อพิจารณาในการเลือกหลังคาบ้านแบบไหนดี ให้เหมาะกับเรา

ข้อพิจารณาในการเลือกหลังคาบ้านแบบไหนดี

การเลือกหลังคาที่สมบูรณ์แบบไม่ได้ขึ้นอยู่แค่รูปทรงที่สวยงามเท่านั้น แต่ต้องสอดคล้องกับปัจจัยหลายด้านเพื่อตอบโจทย์การใช้งานและงบประมาณของคุณ คำถามที่ว่าหลังคาบ้านแบบไหนดี จึงต้องพิจารณา 5 ปัจจัยหลักดังนี้

  • งบประมาณและค่าใช้จ่ายรวม: โดยพิจารณาทั้งราคาวัสดุหลังคา โครงสร้าง และค่าติดตั้งโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งราคาจะผันผวนตามความซับซ้อนของแบบ
  • สภาพอากาศและภูมิภาคที่ตั้ง: หากบ้านอยู่ในพื้นที่ฝนชุก ควรเลือกทรงหลังคาที่ระบายน้ำได้ดี และวัสดุใช้ที่ทนความชื้น ส่วนพื้นที่ร้อนควรเน้นวัสดุที่กันความร้อนสูง
  • สไตล์และดีไซน์ของบ้าน: รูปทรงหลังคาต้องเข้ากันได้ดีกับสไตล์หลักของบ้าน เช่น โมเดิร์นต้องทรงเพิงหมาแหงน, คลาสสิกต้องทรงปั้นหยา เป็นต้น
  • ประสิทธิภาพในการลดความร้อน: โดยดูที่ค่าการสะท้อนความร้อน (SRI) ของวัสดุมุง และพิจารณาการติดตั้งฉนวนหรือระบบระบายอากาศเสริม
  • ความทนทานและการบำรุงรักษา: ต้องประเมินอายุการใช้งานของวัสดุ ความยากง่ายในการซ่อมแซม และความถี่ในการทำความสะอาดหลังคา

แนวทางการเลือกโครงสร้างหลังคาบ้านแบบไหนดี?

1. หลังคาบ้านแบบโครงสร้างเหล็ก

โครงสร้างเหล็ก คือ การใช้เหล็กรูปพรรณหรือโครงถักสำเร็จรูปเป็นคาน เพื่อรองรับน้ำหนักของหลังคา ซึ่งวิธีนี้เป็นที่นิยมในปัจจุบันเนื่องจากมีความแข็งแรงสูงและติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว

จุดเด่น

  • โครงสร้างมีน้ำหนักเบาแต่รับน้ำหนักได้ดี มีความแข็งแรงสูง
  • ติดตั้งรวดเร็ว ด้วยโครงถักสำเร็จรูปจึงสามารถประกอบหน้างานได้เร็ว ประหยัดเวลา
  • ทนทานต่อปลวก เพราะโครงสร้างเหล็กจะไม่ได้รับผลกระทบจากปลวกหรือแมลงต่าง ๆ

ข้อเสีย

  • เหล็กสามารถนำความร้อนได้ดี จึงต้องมีการติดตั้งฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติม
  • ต้องมีการทาสีกันสนิมอย่างดี และป้องกันการเกิดรอยถลอก เพราะหากเกิดรอยถลอกอาจเกิดสนิมได้ง่าย
  • มีราคาสูงกว่าโครงสร้างไม้หรือคอนกรีตในบางกรณี

2. หลังคาบ้านแบบโครงสร้างไม้

โครงสร้างไม้ เป็นการใช้ไม้จริง ไม้เนื้อแข็ง หรือไม้แปรรูปมาประกอบเป็นคานและแปของหลังคา ซึ่งรูปแบบนี้เป็นโครงสร้างดั้งเดิมที่ให้ความสวยงามและถ่ายเทความร้อนได้ดีตามธรรมชาติ

จุดเด่น

  1. ไม้เป็นฉนวนความร้อนตามธรรมชาติ จึงไม่สะสมความร้อน และช่วยให้บ้านเย็นสบายกว่าโครงสร้างเหล็ก
  2. ให้ความเป็นธรรมชาติและสามารถออกแบบโชว์เนื้อไม้ให้เข้ากับสไตล์บ้านได้
  3. ช่างสามารถปรับปรุงหรือแก้ไขหน้างานได้ง่ายกว่าโครงสร้างสำเร็จรูป

ข้อเสีย

  • มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาปลวกกิน จึงต้องมีการอาบน้ำยาหรือป้องกันอย่างเข้มงวด
  • หากใช้ไม้ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดการบิดตัว งอ หรือผุพังเมื่อโดนความชื้น
  • ความคงที่ต่ำ คุณภาพของโครงสร้างขึ้นอยู่กับคุณภาพของไม้ที่ใช้และฝีมือของช่างอย่างมาก

วัสดุมุงหลังคามีกี่ประเภท ประเภทอะไรบ้าง?

การเลือกวัสดุมุงหลังคาส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งาน ความสวยงาม และประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนของบ้าน โดยวัสดุยอดนิยมที่ใช้ในประเทศไทยสามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภทหลัก

  1. กระเบื้องดินเผา
    เป็นวัสดุหลังคาแบบดั้งเดิมที่ทำจากดินเหนียวและผ่านการเผาด้วยอุณหภูมิสูง ให้สีและพื้นผิวที่เป็นธรรมชาติ โดดเด่นด้านความสวยงามคลาสสิกและสามารถระบายความร้อนได้ดีตามคุณสมบัติของดิน

  2. สังกะสี (Zinc Sheet)
    เป็นแผ่นโลหะที่มีน้ำหนักเบาและราคาถูกที่สุด ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว มักใช้สำหรับอาคารชั่วคราว โรงงาน หรือบ้านสไตล์ดั้งเดิม/ชนบท แต่มีข้อเสีย คือ ดูดซับความร้อนและเกิดเสียงดังเมื่อฝนตก

  3. กระเบื้องคอนกรีต
    เป็นวัสดุที่ทำจากปูนซีเมนต์ ทราย และน้ำ มีความแข็งแรงทนทานสูงมาก รับน้ำหนักได้ดี และมีรูปทรงให้เลือกหลากหลายทั้งแบบลอนคู่และแบบเรียบเพื่อรองรับบ้านสไตล์ต่าง ๆ

  4. กระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์
    เป็นกระเบื้องที่ผลิตจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ผสมกับเส้นใยเซลลูโลสและทรายซิลิก้า มีน้ำหนักเบากว่ากระเบื้องคอนกรีต ติดตั้งง่าย และมีคุณสมบัติทนทานต่อสภาพอากาศได้ดี

  5. หลังคาโลหะเคลือบ หรือแผ่นเหล็กเมทัลชีท
    เป็นแผ่นเหล็กเคลือบสารป้องกันสนิมที่มีน้ำหนักเบามาก สามารถสั่งตัดความยาวได้ตามขนาดหลังคาจริง ทำให้ลดรอยต่อและโอกาสรั่วซึมได้สูง เหมาะสำหรับหลังคาทรงเพิงหมาแหงนและโมเดิร์น

คำถามอื่น ๆ ที่พบบ่อย

หลังคารั่วซึม แก้ไขยังไงดี?

วิธีแก้ หลังคารั่วซึม

สาเหตุหลักของการรั่วซึมมักเกิดจากการเสื่อมสภาพของวัสดุปิดรอยต่อ เช่น ซิลิโคน จากการติดตั้งที่ไม่ได้องศาความลาดเอียงที่เหมาะสม หรือการอุดตันของรางน้ำฝนจนน้ำไหลย้อนเข้าสู่ตัวบ้าน วิธีแก้ไขเบื้องต้น คือ การสำรวจและทำความสะอาดรางน้ำฝนก่อน จากนั้นให้ตรวจสอบรอยต่อและสันหลังคา หากเป็นรอยแตกให้ใช้ยาแนวหรือวัสดุกันซึมประเภทโพลียูรีเทนอุดรอยรั่ว 

แต่ถ้าสาเหตุมาจากองศาหลังคาผิดพลาด หรือความเสียหายของแผ่นกระเบื้องจำนวนมาก ควรรีบปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อแก้ไขโครงสร้างหรือเปลี่ยนวัสดุมุงเฉพาะจุด

หลังคาบ้านแบบไหน? ถูกหลักฮวงจุ้ย

ตามหลักฮวงจุ้ย รูปทรงหลังคาที่ดีที่สุด คือ หลังคาแบบทรงจั่ว และทรงปั้นหยา เพราะถือเป็นทรงที่สมดุล มั่นคง และส่งเสริมพลังงานที่ดี ส่วนรูปทรงที่ควรหลีกเลี่ยง คือ หลังคาแบบทรงแบน เพราะเก็บสะสมพลังงานได้ไม่ดี และเสี่ยงต่อน้ำขัง 

และอีกหนึ่งทรงที่ควรเลี่ยง คือ หลังคาทรงปีกผีเสื้อ ซึ่งถึงแม้จะดูทันสมัย แต่ลักษณะที่ดูเหมือนว่ากำลัง "ดูด" พลังงานลงสู่ศูนย์กลาง อาจถูกตีความว่าเป็นการกักเก็บความอับโชคไว้ในบ้านได้

ทำไมหลังคาเหล็กถึงเสียงดังและทำให้บ้านร้อน?
 
หลังคาเหล็ก (เมทัลชีท) เสียงดัง เพราะมีค่าความหนาแน่นต่ำเมื่อเทียบกับกระเบื้อง ทำให้การสั่นสะเทือนของหยดน้ำฝนกระทบผิวโลหะเกิดเสียงที่ดังกว่ามาก ส่วนเรื่องความร้อน โลหะเป็นตัวนำความร้อนที่ดีเยี่ยม (Excellent thermal conductor) เมื่อโดนแดดจัดความร้อนจะถูกส่งผ่านลงมาในตัวบ้านอย่างรวดเร็ว วิธีแก้คือต้องติดตั้งฉนวนกันความร้อนแบบหนาพิเศษ เช่น ใยแก้ว หรือแผ่นโฟม (PU Foam) ใต้แผ่นเมทัลชีทเพื่อกั้นการส่งผ่านความร้อนและช่วยลดเสียงดัง

สรุปหลังคาบ้าน แบบไหนดีที่สุด

จากการเปรียบเทียบรูปทรง วัสดุ และโครงสร้าง ไม่มีคำตอบตายตัวว่าหลังคาแบบไหนดีที่สุด ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความต้องการ งบประมาณ สไตล์บ้าน และสภาพอากาศของพื้นที่ สำหรับบ้านในไทย หลังคาทรงจั่วและปั้นหยาพร้อมกระเบื้องคุณภาพยังคงตอบโจทย์เรื่องความทนทานและการระบายอากาศได้ดี ขณะที่เมทัลชีทก็จะเหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ต้องการความรวดเร็วในการสร้างและประหยัดงบประมาณโครงสร้างนั่นเอง

หากต้องการบ้านคุณภาพที่ใส่ใจทุกรายละเอียด รวมถึงการเลือกหลังคาที่เหมาะกับสไตล์บ้านของคุณ Frasers Property พร้อมให้คำปรึกษาและเลือกสรรโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณให้ได้มากที่สุด โทร. 1520  หรือ LINE: @frasershome